ข่าว > ข่าวดาราทั้งหมด > สัมภาษณ์ดารา

'เมทัล' โชคดีมี 'โดม' เคียงข้าง เป้าหมายคือสุขไม่ใช่ชื่อเสียง

9 พ.ค. 2559 16:56 น. | เปิดอ่าน 376 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 

 

หากพูดชื่อสาว เมทัล สุขขาว หลายคนคงรู้จักเธอในฐานะนักร้อง ลูกสาวคุณพ่อ หรั่ง ร็อคเคสตร้า ร็อกเกอร์ระดับตำนาน และหวานใจของหนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม-ปกรณ์ ลัม แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้มาพิสูจน์ฝีมือการแสดงใน "บัวแล้งน้ำ" ทางช่อง พีพีทีวี วันนี้ "ดาวต่างมุม" จึงขอพาแฟน ๆ มาค้นมุมมองทั้งการทำงานและความรัก ที่เชื่อว่าหากได้อ่านจะเข้าใจในความเป็นเมทัลมากขึ้นแน่นอน 

ที่มา: ดาวต่างมุม เดลินิวส์ / ภาพ: @metalmetal (IG)


คาแรกเตอร์ "จัตตาฬีส์" ในเรื่อง "บัวแล้งน้ำ" เป็นยังไง? 
สำหรับ "จัตตาฬีส์" หรือ "หลี" เป็นคนกตัญญู รักความถูกต้อง เก็บอารมณ์เก่ง ข้างนอกแข็งแต่ข้างในอ่อนแอ ซึ่งบุคลิคนี้ก็แอบคล้าย เมทัลนะ ตรงที่เจอเรื่องแย่แค่ไหน เราสู้แต่ในใจเราก็ยังมีฝันร้าย มีความเจ็บปวดแต่สามารถคอนโทรลมันได้ค่ะ ความท้าทายบทนี้อยู่ที่การรักษาคาแรกเตอร์ตัวละครนั้น ส่วนตัวเราเป็นคนชอบครีเอท ไม่ได้เล่นตามบท ก็ลองผิดลองถูก ลองนอกบทบ้าง ซึ่งบางครั้งก็ดี บางครั้งก็ไม่ดี แต่มันดีสำหรับหนูเพราะเป็นการเรียนรู้ว่าควรทำแบบไหน ส่วนพอใจฝีมือการแสดงตัวเองแค่ไหน หนูให้ผู้ชมติชมและเราก็จะนำไปปรับปรุงดีกว่า ส่วนตัวคิดว่าเรายังไม่ดีในทุกด้าน ดังนั้นต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ


งานเพลงจะมีให้ฟังอีกมั้ย? 
ก็คิดอยู่ค่ะ เราไม่ได้เติบโตแบบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก ยังค้นหาอยู่ว่าตัวเองชอบอะไร เราดูเหมือนเป็นคนไม่คิดอะไร แต่จริง ๆ เป็นคนคิดเยอะ งานเพลงเราทำได้ แต่ต้องเลือกว่าจะทำมันจริง ๆ ไม่ใช่ร้องเพลงบ้าง ทำโน่นนี่บ้าง หนูเป็นคนเดินตามโชคชะตา ไม่ได้ขวนขวาย เพราะเป้าหมายสุดท้ายหนูไม่ต้องการเป็นคนมีชื่อเสียง เป้าหมายเราคือทำสิ่งที่มีความสุข อย่างงานเพลงเราชอบเป็นแนวเก่าและคลาสสิก เลยกำลังมีแพลนโคฟเวอร์เพลงเก่าที่ตัวเองชอบ


จุดเริ่มที่ทำให้ได้มาทำงานในวงการคืออะไร? 
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยคุณแม่เห็นเราไม่ค่อยแข็งแรง เป็นภูมิแพ้หนักมาก เลยให้เรียนเต้นกับครูอู๋-เปรมจิตต์ แล้วครูเห็นแววเลยให้มาทำงาน ตอนนั้นเรียนไปด้วยเป็นแดนเซอร์ไปด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่หนักที่สุดในชีวิต และเหมือนดวงชะตาพาไปทุกอย่าง จู่ ๆ พี่โดมก็โทรฯ หาครูอู๋ ทั้งที่เขาก็ไม่ได้สนิทกับครูอู๋ พี่โดมบอกว่าอยากได้นักร้องที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องหวานมาก เปรี้ยวได้ ครูอู๋ก็เลยแนะนำเราให้ไปออดิชั่นค่ะ หนูว่าทุกอย่างหนูตามโชคชะตา ตอนเด็กเราทำหลายอย่างมาก คือไม่ได้เก่งขนาดนั้นนะแต่เป็นคนที่สอนแล้วพอทำได้ ก็เป็นทั้งนักว่ายน้ำของโรงเรียน นักดนตรีไทย แข่งคอสเวิร์ด เลยไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร คิดเยอะ จนถึงอายุเท่านี้หนูว่ามันถึงเวลาที่ต้องรู้ได้แล้วว่าชีวิตจะเป็นยังไง หนูเติบโตมาแบบไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า คุณพ่อเลี้ยงแบบไม่ให้แข่งกับคนอื่น เลยดูเหมือนคนชิลเกินไป

 

 

หลายคนมองเราเป็นเด็กเส้นเพราะเป็นลูกพ่อ หรั่ง ร็อคเคสตร้า? 
ก็เคยได้ยินอะไรแบบนี้นะ แต่เราเป็นคนที่ไม่คิดอะไร ตอนเด็ก ๆ เราไม่ได้อยู่กับคุณพ่อ เพราะท่านไปทำงานทีนาน ๆ และเราไม่ได้รู้สึกว่าท่านเป็นนักร้องด้วย ใครพูดอะไรทำนองนี้เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร ทุกวันนี้เรายังรู้สึกว่าคุณพ่อเป็นพ่อเรา แต่พอโตขึ้นมาหน่อยก็จะรู้คุณค่าว่าความเป็นหรั่ง นั้นเป็นตำนาน ภาพข้างนอกที่เขามองเข้ามา เราเข้าใจว่าเขาต้องคาดหวัง แต่สุดท้ายแล้วหนูเอาที่ตัวเองมีความสุข จะให้เก่งเหมือนคุณพ่อมันใช่เหรอ เพราะเติบโตมาคนละแบบเลย


พอเข้าวงการมาต้องถูกจับจ้องเรื่องส่วนตัวอึดอัดรึเปล่า? 
ช่วงแรก ๆ ไม่อึดอัด เพราะเป็นคนคิดเสร็จแล้วพักไว้ได้ รู้ว่าคนต้องสนใจ เพราะความจริงมันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เราไว้แล้วก็พักแค่นี้และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า ไม่คิดแล้วว่าถ้าทำแบบนี้แล้วคนต้องมาว่านู่นนี่ แต่มาวันนี้เราเริ่มรู้สึกอึดอัด เพราะพื้นฐานเราเป็นคนธรรมดา มีความเป็นตัวเอง แต่เหมือนเรายังวางตัวไม่เป็น รู้สึกว่าเราไม่สามารถทำเหมือนดาราได้ มันยากที่ไม่อยากยิ้มก็ต้องยิ้ม พอคิดแบบนี้ก็กลายเป็นว่าเราวางตัวยังไม่เข้ากับวงการรึเปล่า คิดว่าถ้าฉันเป็นคนธรรมดาก็ดีนะ ทุกวันนี้ฉันก็มีความสุขอยู่แล้ว ถามว่ามีคนด่า คนจ้องจับผิด มันก็เครียดบ้างแต่ไม่มาก เราเข้าใจคนที่จับผิด เข้าใจคนมองว่าเราสวยหรือไม่สวยเพราะเราเป็นแฟนพี่โดม เข้าใจเขาทุกอย่าง แต่เราก็ไม่ไหวที่จะต้องไปเปลี่ยนตัวเอง


อย่างเพจแอนตี้ เรามีวิธีรับมือยังไง? 
จริง ๆ ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้วค่ะ เพราะมันผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ช่วงแรก ๆ คือเราเข้าใจโลกทุกอย่าง เข้าใจว่าทำไมเขาไม่ชอบเรา บางครั้งเราไม่ได้ดูแลภาพลักษณ์ตัวเองดี ๆ ดังนั้นถ้าเขามองว่าเราไม่สวยไม่เหมาะ มันก็ไม่แปลก เราเข้าใจความจริงมากกว่า ซึ่งไม่เคยโกรธนะ เพราะในชีวิตหนูไม่ค่อยโกรธใคร มีแต่งงมากกว่า หนูชอบถอยออกมาดู ไม่เอาตัวเองเข้าไปมีปัญหา อย่างเพจแอนตี้เราไม่ค่อยเข้าไปอ่าน เพราะรู้ว่าถ้าอ่านก็จะรู้สึกแย่ เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาแต่ต้องมาโดนคนว่า แต่เพื่อนก็คอยแคปมาให้ดู และก็โกรธแทนเรา บางทีที่เพื่อนแคปมาให้ดูเป็นคำหยาบที่รุนแรงมาก เราไม่โกรธแต่สงสัยมากกว่าว่าเขาเติบโตมายังไง มันแย่มากขนาดนั้นเลยเหรอ เขาขุดคำพวกนี้มาด่านี่เขาว่างเนอะ (ยิ้ม) คงสะใจ คือพ่อเราเลี้ยงแบบอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติรอบตัวแค่นั้นไม่อยากให้เครียด เราเติบโตในแบบนี้ ดังนั้นเรื่องคำที่ด่าเราก็คิดไปในแนวเข้าใจโลก ไม่ได้เก็บมาเป็นอารมณ์ค่ะ

 

 

เดี๋ยวนี้โซเชียลเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตในวงการค่อนข้างเยอะ มีวิธีใช้หรือปรับตัวกับเรื่องนี้ยังไง? 
จริง ๆ ทุกคนว่าหนูหมดว่ามีอะไรกมากว่าคนอื่นตั้งเยอะ ทำไมไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ เป็นลูกพ่อหรั่ง เป็นแฟนพี่โดม คนสนใจมากกว่า แต่เพราะเราเป็นคนที่ไม่ชอบออกสื่อตลอดเวลา เราไม่ใช่คนมีนิสัยต้องโพสต์ออกกำลังกายทุกอาทิตย์ แต่คนวัดเราจากเนื้อหาการอัพโหลดรูปในไอจี อย่างหนูช่วยคุณพ่อก่อตั้งสมาคมรักเธอประเทศไทย ทำด้านเอกสาร แต่เราก็ไม่ได้โพสต์รูปว่าเราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้คิดถึงการโปรโมตตัวเองในแง่นั้น ซึ่งมันไม่ดีแต่เราเป็นคนแบบนี้ มันก็ลำบากค่ะ


มองอนาคตตัวเองในวงการไว้ที่ไหน? 
หนูเชื่อในสิ่งที่มีความสุขแล้วทำมันแค่นั้น ความฝันแรกของหนูคืออยากเป็นนักเปียโนวงออเคสตร้า ซึ่งมันไม่เข้ากับงานในวงการที่หนูทำตอนนี้ เลยหวนคิดว่าเราเดินตามชะตาชีวิตมาเยอะแล้ว ควรเลือกเองบ้างได้แล้ว จริง ๆ หนูอยากกลับไปเรียนเพลงคลาสสิกและแต่งเพลงเอง คือสุดท้ายคนเราต้องโต มันถึงวัย เรามีแม่มีครอบครัวต้องดูแล เริ่มมองอนาคตจริงจังมากขึ้นค่ะ


ถามเรื่องความรักบ้าง คบกับโดมคบมา 2 ปีกว่า ตอนนี้ยังต้องปรับอะไรอยู่มั้ย? 
เรื่องปรับจูนไม่ต้องแล้วค่ะ ตอนแรกเข้าวงการก็คิดแค่ทำงาน ไม่คิดว่าจะไปเจอเขา คลิกกับเขา ตอนแรกที่คุยกันก็บอกเลยว่าเอาอย่างนี้เราคุยไปอย่างนี้เรื่อย ๆ 3-6 เดือนค่อยเป็นแฟนกัน เพราะหนูยังกลัวว่ามันยังไม่ใช่รึเปล่า ยังไม่มั่นใจ แต่ปรากฏว่าเราคลิกกันตั้งแต่แรก เหมือนเป็นโชคชะตา ซึ่งเราก็เชื่อเรื่องนี้นะ เพราะพี่โดมก็เล่าให้ฟังว่าการที่เราคบกันมันไม่น่าเชื่อ เพราะเขาไม่เคยโทรฯ หาพี่อู๋เลย แต่จู่ ๆ ก็คิดถึงขึ้นมา แล้วเขาก็สะดุดตั้งแต่แรกแล้วว่าคนอะไรชื่อเมทัล อยากเห็นหน้ามาก ตอนแรกหนูกับพี่โดมคุยกันยังไม่ค่อยลงรอย ตอนแรกเรารู้สึกเขาไม่เปิด คือเราเป็นคนชอบคุยอะไรง่าย ๆ พูดบ้าน ๆ ไม่ต้องพิธีรีตอง แต่เขาจริงจังในหน้าที่การงาน พอเป็นแบบนี้เราเลยเหมือนคนคุยไม่รู้เรื่อง พี่โดมก็รู้สึกว่าคนนี้ทำไมดูพูดไม่รู้เรื่อง คิดว่าหนูดื้อ มีกำแพงกันค่ะ


อะไรทำให้เรายอมเปิดใจคบเป็นแฟนในตอนนั้น? 
ช่วงที่พี่เขามีเวลาส่วนตัวเยอะขึ้น ได้คุยกันมากขึ้น ทำให้เรารู้จักนิสัยใจคอกันมากขึ้น ก็เพิ่งมารู้กันว่าต่างคนต่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ตอนแรกหนูคิดว่าเขาเป็นเหมือนดาราหน้าหล่อ อยากทำค่ายเพลง (ยิ้ม) แต่พอเรารู้เรื่องเขามากขึ้น ก็รู้ว่าเขาออกเพลงมา 10 กว่าอัลบั้มแล้ว ทำห้องอัดเอง พอเขาพูดอะไรบางอย่างก็รู้สึกว่าเขารู้เรื่องจริง ๆ เลยเริ่มยอมรับมากขึ้น แล้วพอเขามารู้ว่าเราชอบวงควีน ซึ่งเขาก็ชอบ เขาก็ฟังเพลงคลาสสิก และก็คงงงว่าเราเป็นเด็กรุ่นนี้ทำไมถึงฟังเพลงเก่า ก็เริ่มมาจากตรงนั้นค่ะ

 

 

ตอนแรกโดมมีข่าวคาสโนว่า กลัวความเจ้าชู้ของเขามั้ย? 
หนูไม่คิดมาก เราค่อนข้างใช้ประสบการณ์เราเอง เราเห็นเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ใช้ตรงนี้ประเมิน ข่าวก่อนหน้านี้ก็มีส่วนบ้าง เพื่อนรอบข้างที่รู้ว่าเราคบกันก็จะบอกว่าแกโอเคนะ พี่เขาจริงจังรึเปล่า แต่เราไม่ได้เล่ารายละเอียดทุกอย่าง ดังนั้นเลยรู้สึกว่าคนอื่นมาคิดแทนเรามากกว่า เราเห็นเองว่าตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้เขาก็ดี แต่ถ้าคบไปแล้วเขาเกิดเจ้าชู้จนต้องเลิก ก็เป็นไปตามเรื่องจริง อยู่กับปัจจุบัน แต่ทุกวันนี้มันไม่มีอะไร เราก็ไว้ใจเขาค่ะ


อะไรทำให้ไว้ใจโดมขนาดนี้? 
หนูว่าอายุเขานะ (หัวเราะ) ทุกคนชอบถามว่าไม่กลัวเหรอ เราก็จะตอบไปว่าเขาผ่านอะไรมาเยอะแล้ว เขาอยู่ในช่วงที่อยากทำงานแล้วมั้ง ไม่ได้ว่าเขาแก่นะ (ยิ้ม) แต่เขาผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว ถ้าเราเจอกันช่วงวัยรุ่นคงไปกันไม่รอด ยิ่งเขาหน้าตาดี คนก็เข้าหาเยอะ ถ้าเขาไม่ได้ผ่านมากมาย คนเรามันยากนะที่ อยู่ ๆ จะรักเดียวใจเดียว แต่เรามาเจอเขาในช่วงที่ตอนนี้เขาก็คิดถึงอนาคต อยากก่อร่างสร้างตัว พี่โดมเป็นคนทำอะไรทำจริงจังมาก หนูอยากได้เขาสักครึ่งนึงค่ะ


พอได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนกับหนุ่มหล่อขั้นเทพ รู้สึกยังไง? 
ตอนแรกไม่กดดันเพราะเข้าใจไปตามกระแส ก็คนเป็นแฟนเขาเนอะ ก็ต้องถูกมองว่าสวยหรือไม่สวย เพราะเราเคยเห็นข่าวมาก่อน เขาเป็นคนที่คบใครคนก็จะสนใจ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็จะดังขึ้นมา ดังนั้นเราเลยไม่ค่อยคิด ทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดเยอะนะว่าโดมคบเมทัลไม่เห็นดังเลย ไม่มีกระแส ส่วนหนึ่งมันเป็นนิสัยเราด้วย บางครั้งไปกินข้าวกันแล้วให้คนถ่ายรูป มานั่งแต่งหน้า เพื่อโพสต์ลงในไอจี มันเหนื่อย เราก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้อิงโซเชียล ส่วนพี่โดมเป็นอีกแบบ คือจะให้เกียรติผู้หญิง ทำอะไรก็ถ่ายกับเรา ตอนนี้จูนเรื่องนี้กันได้แล้วค่ะ


ระหว่างคบกันก็มีเสียงวิจารณ์ มีให้กำลังใจอะไรกันรึเปล่า? 
เขาค่อนข้างรู้ว่าหนูเป็นคนที่ไม่เครียด สตรองมาก (ยิ้ม) เคยได้ยินเขาให้สัมภาษณ์ว่าเราเป็นคนไม่คิดมาก เลยไม่ห่วง แต่มันก็มีบ้างที่เราระบายให้ฟังว่าไม่ได้ทำอะไรให้เขา ทำไมเขาต้องมาด่าเราแรงจัง เป็นอารมณ์แบบเศร้าใจ แต่สุดท้ายเรารู้ว่าทำไมเขาคิดแบบนั้น เขามีสิทธิที่จะคิดค่ะ และเราก็ไม่เอาคำวิจารณ์เหล่านั้นมาเป็นอุปสรรค

 

 

คู่เราถือเป็นอีกคู่ที่หวานตลอด มีวิธีเติมเต็มความรักกันยังไง? 
โชคดีที่พี่โดมมุ้งมิ้ง มันเลยเป็นความพอดี เพราะหนูเป็นคนแข็ง ไม่หวานมาก แต่พอเราอยู่กับเขา ด้วยความหวานของเขา เราเลยต้องหวานด้วยโดยไม่ต้องพยายาม การเติมเต็มคือการที่เราได้อยู่ด้วยกันที่ไหนก็ได้ แค่ไปกินข้าวก็ได้ อย่างเขาเครียดมาก เขาก็บอกอยากกินข้าวกับเรา แค่ข้าวต้มธรรมดาก็ได้ เพราะเขาอยากเจอ บอกว่าเขาเจอหนูแล้วรีแล็กซ์ค่ะ


สิ่งที่ประทับใจที่สุดในตัวโดมคืออะไร? 
ความสม่ำเสมอ ความจริงจังและความสุภาพ ความสุภาพเขาทำหนูอายเลย เขาพูดกับแม่เขาเพราะมากจริง ๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ให้เกียรติผู้หญิง เขาเป็นคนน่ารักใส่ใจ มีบางมุมมุ้งมิ้ง แต่ในมุมเอ็กซ์ตรีม เขาก็ผู้ชายเลย ตอนแรกไม่คิดว่าเขาจะลุย คิดว่ากลัวดำ กลัวเป็นสิว เขาไม่สำอางนะแต่ดูแลตัวเองเป็นค่ะ


คนนี้ผ่านด่านคุณพ่อและที่บ้านหรือยัง? 
แรก ๆ เขาก็เป็นห่วงค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมคนที่เจอพี่โดมก็บอกว่าน่ารักหมด (ยิ้ม) เขาเป็นกันเอง คุณพ่อเจอเขาก็รู้ว่าพี่โดมดูแลลูกดี เลยไม่ต้องมีเหตุผลที่ไม่ชอบเขา ส่วนเรื่องให้ไฟเขียว คือคุณพ่อบอกว่าที่บ้านไม่มีไฟ (หัวเราะ) ก็แล้วแต่ 2 คน เพราะเวลาที่หนูคบใคร ท่านไม่ได้มายุ่งอยู่แล้ว ตอนแรกเขาแค่เป็นห่วงเฉย ๆ คือคุณพ่อหรั่งเจ้าชู้ไง (ยิ้ม) กลัวลูกไปเจอคนเจ้าชู้ ถามว่าพี่โดมพิสูจน์เรื่องความเจ้าชู้กับคุณพ่อได้แล้วรึยัง คือ ณ ตอนนี้คุณพ่อรู้สึกดี บางครั้งเราไปบ้านญาติ พี่โดมก็จะโทรฯ หาเราตลอด ทุกคนก็จะรู้ว่าพี่โดมรักเรา และมันไม่มีข่าวเรื่องแบบนั้น ซึ่งหนูไม่ได้รู้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง เราไว้ใจ และทุกคนก็เห็นว่าเขาเป็นคนน่ารัก


เราคาดหวังกับรักครั้งนี้ไว้มากแค่ไหน? 
ก็ไม่ได้คาดหวังเพราะเป็นคนอยู่กับปัจจุบัน ไม่ค่อยกำหนดอนาคต รู้สึกว่าบางครั้งเราอาจไปไม่ถึง หรืออาจไปได้มากกว่าที่เราคิดไว้ก็ได้ เลยไม่อยากตีกรอบชีวิต สำหรับหนูความรักมันคิดไม่ได้จริง ๆ ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ได้คนนี้ เพราะสุดท้ายถ้ามันไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แค่เราทำทุกวันนี้ให้ดี เลือกสิ่งที่เรามีความสุข เราชอบตรงที่คบกับเขาแล้วเราไม่ทะเลาะกัน หนูเป็นคนไม่ชอบทะเลาะกับแฟน ไม่ชอบอะไรเครียด ๆ

 

 

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เป็นแฟนโดมรึเปล่า? 
ได้เป็นแฟนพี่โดมจะโชคดีหรือโชคร้ายดี (ยิ้ม) คือมันโชคดีในมุมที่เราได้เจอพี่โดมซึ่งเขาเป็นคนดี แต่มันก็ต้องเจออะไรที่ทดสอบเรา แต่เราไม่ได้เครียดขนาดนั้นหรอก แค่เหมือนถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่คบเธอ ก็อาจไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ อาจเป็นเด็กกะโปโลคนนึงที่มีแฟน แต่สรุปก็คือโชคดีค่ะเพราะพี่เขาน่ารักกับเรามาก จนเพื่อนทุกคนหมั่นไส้ (ยิ้ม) เขาเสมอต้นเสมอปลายค่ะ ไม่เคยน้อยลง ไม่เคยนิ่งไป


เคยมีข่าวว่าเรื่องที่โดมจะขอแต่ง ส่วนตัวเรามองเรื่องนี้ไว้มากน้อยแค่ไหน? 
ไม่เคยคิดว่าเราจะแต่งงานมีครอบครัว คิดว่ามันยังไกล ตัวเองยังไม่โตเท่าไหร่ แค่เพิ่งเรียนจบ ยังไม่ได้ทำงานอะไรจริงจัง เลยไม่ทันคิดเรื่องนั้น ซึ่งพอเขาพูดแบบนั้นเราก็ไม่กดดัน เพราะความรักมันอยู่ที่จังหวะและเวลา แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายชีวิตเราก็แค่มีความสุข


ท้ายสุดฝากถึงแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจเรามาหน่อย? 
จริง ๆ อยากบอกทุกคนโดยเฉพาะคนที่เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมเราในไอจีบ่อย ๆ มารักเรา บางครั้งก็คิดนะ เขาไม่รู้จักเรา ไม่รู้เลยว่าเราเป็นยังไง แต่เขาก็รักเรา นี่เป็นสิ่งที่มีค่ากับเรามาก เป็นข้อนึงที่คนมีชื่อเสียงได้มา และเป็นที่โชคดีมาก ๆ อยากขอบคุณคนที่คอยให้กำลังใจ คนที่เข้าใจในตัวเราจริง ๆ ขอบคุณจริง ๆ ที่มอบกำลังใจค่ะ

 

: เมทัล สุขขาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • “เมทัล สุขขาว” ตามหารักในอดีตที่ไม่ลืมผ่านเพลง “บันทึกหัวใจ” เพลงรักเนื้อหาโดน จากวงร็อกน้องใหม่ “Deep Down”
  •  
     
     
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
    ชื่อ :
     
    ความคิดเห็น :