ข่าว > ข่าวดาราทั้งหมด > สัมภาษณ์ดารา

'แก้ว' หัวใจสดใส รักใหม่หวังคบยาวๆ

25 พ.ค. 2558 15:37 น. | เปิดอ่าน 318 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 

 

ถึงแม้งานเพลงจะซา ๆ ลงไป แต่ แก้ว - จริญญา ศิริมงคลสกุล นักร้องสาวจากวง "เฟย์ฟางแก้ว" ก็ยังเนื้อหอม เพราะต้นสังกัดส่งละครให้เล่นแบบไม่ขาด แถมเรื่องความรักครั้งใหม่ก็ดูจะแฮปปี้ เพราะเพิ่งยอมรับกับสื่อว่าเป็นแฟนกับ ปอย - ณพน เจนธรรมนุกูล ทายาทปั๊มน้ำมันชื่อดัง งานนี้สาวแก้วมาเยือน "ดาวต่างมุม" ทั้งที ต้องขอเปิดใจอัพเดทชีวิตและความรักในช่วงนี้สักหน่อยแล้ว

ที่มา: ดาวต่างมุม เดลินิวส์ / ภาพ: @kaewffk (IG)


ชีวิตการงานเป็นอย่างไรบ้าง? 
มีถ่ายละคร "หลวงพี่ดิจิตอล" และก็มี "เพลิงพ่าย" ที่ออนแอร์อยู่ ที่ดูมีละครเยอะ เพราะเป็นช่วงเวลามากกว่า ออนแอร์ชนกันด้วย คนเลยมองว่ามาเน้นทางละคร งานเพลงตอนนี้ยังคอนเฟิร์มอะไรไม่ได้มาก เพราะอย่างที่รู้ว่างานเพลงมันก็เบา ๆ ลงไป กระแสละครมันมากกว่า พวกเราก็เลยคิดว่าอาจจะพักงานเพลงไปก่อน คิดว่าถ้าจะออกจริง ๆ ก็คงไม่เกินปีนี้ งานละครนี่แรก ๆ ไม่ถนัดเลย เราเข้ามา เพราะเราเป็นนักร้องชอบร้องเพลง ชอบเต้น อยู่แล้ว แต่พอได้มาเล่นละครก็เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าเราจะได้มาทำอะไรแบบนี้ เป็นอะไรที่ท้าทายดี ได้ลองอะไรหลาย ๆ แบบก็โอเค


มาเล่นละครส่วนใหญ่โดนติชมเรื่องอะไรบ้าง? 
บทบาทที่หนูได้รับตั้งแต่เล่นละครมา ยังไม่ใช่บทที่ดูลึกลับซับซ้อนอะไรมาก ไม่ได้ถือว่ายากมาก ก็ยังโอเคอยู่ แต่ว่าพอมามองตอนนี้ ก็คิดว่าถ้าเรากลับไปเล่นใหม่ มันน่าจะได้ดีกว่านี้ เห็นตัวเองในเรื่องเก่า ๆ แล้วก็รู้สึกทำไมแข็งอย่างนี้ ถ้าไปเล่นตอนนี้เราก็น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้ เพราะเรามีประสบการณ์เยอะขึ้นแล้ว


ประสบการณ์ที่ได้นี่แตกต่างไปจากตอนร้องเพลงเลย? 
ตอนร้องเพลงเราก็ได้แสดงเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปสวมบทบาทเป็นคนอื่น แต่ละครมันท้าทายมาก ที่ทำให้คนลืมคาแรกเตอร์ตัวจริงของเราไปเลย แสดงให้คนดูเห็น คนดูอินว่า เราเป็นอย่างในละครจริงหรือเปล่า อันนี้ที่ยากกว่าการร้องเพลง การร้องเพลงก็ยากนะ แต่ว่าหนูออกเป็นวง ต่างคนต่างก็มีโทนเสียงของตัวเอง หันไปมองหน้ากันเราก็รู้ว่าเราจะขึ้นท่อนไหน เราทำงานกันเป็นทีมมากกว่า


จะหันมาเอาดีทางละครไปเลยไหม? 
อันนี้ก็พูดยาก เมื่อเราได้มาลองตรงนี้ เล่นอะไรที่แปลกใหม่ ก็ทำให้ชอบ จากเมื่อก่อนที่เฉย ๆ เพราะละครเป็นอะไรที่เหนื่อย อยู่กองตั้งแต่เช้ายันดึก เลยรู้สึกว่าทำไมมันลำบากขนาดนี้ แต่ร้องเพลงเราก็แค่ขึ้นเวที ลงเวทีก็จบ ถ้าเล่นละครเราคงไม่มีวินัยขนาดนั้น แต่พอได้มาลองเล่นรู้สึกว่าตัวเองมีวินัยมากขึ้น ต้องตรงต่อเวลา เพราะเราสายแค่ 5-10 นาที ก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เราต้องมีความรับผิดชอบ การท่องบทหรือการซ้อมบทก็ด้วย เวลาเล่นไม่ได้ก็รู้สึกกดดันนะว่าเราทำให้คนอื่นเสียเวลาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่คิดมาก คนอื่นจะคิดยังไงต้องมานั่งรอ จะเสียเวลาเขาไหม อย่างเรื่อง “เพลิงพ่าย” ช่วงแรก ๆ ยากมาก

 

 

ได้เล่นละครที่เคยดังมาก ๆ รู้สึกอย่างไร? 
กดดันค่ะ เวลาที่หนูเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ต คนก็จะชอบบอกว่า ไม่น่าจะสู้เวอร์ชั่นเก่าได้ ของเก่าดีมาก ก็ไม่อยากให้เอามาเปรียบเทียบกัน เพราะมันคนละเวอร์ชั่น มันก็คนละแบบ เรื่องราวต่าง ๆ มันก็ไม่ได้ เหมือนเป๊ะ ๆ แค่โครงเรื่องที่คล้ายกัน แต่ก็ไม่ได้แบบเสียความมั่นใจ เพราะหนูก็โดนด่ามาเยอะ ก็เข้าใจแล้วกัน เพราะการพิมพ์บนคีย์บอร์ดมันไม่ได้สูญเสียอะไรมากมายที่จะได้ว่าคนนั้นคนนี้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องให้คอมเมนต์พวกนั้นมาอยู่เหนือความรู้สึกเรา เอาคนรอบข้างหรือคนที่รอดูผลงานเราดีกว่าว่าเขาชอบหรือไม่ชอบยังไง แรก ๆ ก็เป็นคนคิดมากค่ะ แต่ก็มาคิดว่า คิดมากไปชีวิตไม่เห็นดีขึ้นเลย ก็เลยคิดว่าไม่คิดเลยดีกว่า


เรื่องความรักล่ะโดนจับตามองตลอดเลย? 
โดนจับตามองเรื่องความรักก็โอเค พอเรามาอยู่ตรงนี้เราก็เข้าใจ ถ้าไม่มีคนจับตามองนี่สิ เราต้องพิจารณาตัวเอง ทำไมไม่มีใครสนใจ ขนาดดาราดัง ๆ หนูยังเข้าไปดูเลยว่าเขาเป็นแฟนกันอะไรยังไง ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องปกติ ก็เข้าใจ


รักครั้งใหม่นี้มีอะไรที่พิเศษกว่ารักครั้งก่อน ๆ ไหม? 
ต้องบอกว่าความรักทุกครั้งเราก็อยากทำให้มันดีที่สุดอยู่แล้ว ทุก ๆ คนเวลาที่รู้จักกับใครก็หวังจะไปให้นาน ๆ คงไม่มีใครอยากจะบอกว่าคนนี้แค่ 2 เดือนพอ มันกำหนดเวลาไม่ได้ หนูว่าทุก ๆ ครั้งที่สนิทกับใครก็อยากให้มันอยู่ได้นาน ๆ พอเราได้เรียนรู้ความรักจากครั้งก่อน ๆ ก็คือ มันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายมาก คือการใช้อารมณ์นำเหตุผลมาก่อน บางทีเราอาจจะเลิกกันไปเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยซ้ำ คือตอนนั้นเราใช้อารมณ์เป็นหลัก ก็เลยเป็นเรื่องใหญ่ จากนั้นเวลาเราจะทำอะไร พูดอะไร ก็คิดมากขึ้น

 

 

คนใหม่นี้มีอะไรที่ถูกใจเป็นพิเศษไหม? 
อย่างแรกก็คงต้องเป็นหน้าตาที่โอเค ตรงสเปก นิสัยก็เรียนรู้กันไปได้ ซึ่งพอเรียนรู้กันไปแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรต่างกันมาก นิสัยใกล้ ๆ กัน ก็ไปกันได้ สไตล์ความชอบก็คล้าย ๆ กัน เขาเป็นรุ่นพี่ เราต่างกันประมาณ 6 ปี คือหนูไม่ได้เจาะจงว่าต้องอายุมากกว่ากันเป็น 10 ปี หรืออะไร แต่ชอบคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่แล้วดูแลเราได้ อายุมันไม่เกี่ยว ถ้าเขาอายุเท่ากันแล้วเขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่ก็โอเค มุมมองความรักเปลี่ยนไปค่ะ บางเรื่องที่เราผิดพลาดไป ก็พยายามมองกลับไปว่า มันเป็นเรื่องเล็กมาก ทำไมเราไม่พยายามเข้าใจ ทำไมไม่ลองให้อภัยง่ายกว่านี้


ตอบรับเป็นแฟนกันเร็วเหมือนกันนะ ต่างกับดาราบางคน? 
หนูเป็นคนเปิดเผยมากกว่าค่ะ ความจริงหนูว่าหนูก็ไม่ได้ทำอะไรผิด วัยรุ่นบางคนก็เป็นแฟนกันเร็วกว่านี้อีก หนูเองก็โสดมา 2-3 ปีแล้วนะ ความจริงมันก็ไม่ได้เร็วอย่างที่คนอื่นมอง เพราะนับที่รู้จักกันมาจริง ๆ ก็นานอยู่ การมีแฟนไม่ใช่เรื่องผิด หนูว่าหนูยังตามวัยรุ่นบางคนไม่ทันเลยด้วยซ้ำ เรื่องแบบนี้ก็แล้วแต่คนมองด้วย ถ้าเขามองแบบนี้เราก็ไปเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้ จะให้ไปเป็นอีกแบบหนึ่งก็ไม่ได้ เราก็ทำให้มันอยู่ในขอบเขต คือทำอะไรก็อยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว หนูก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้เป็นมือที่สามและไม่ได้แย่งใครมา หนูว่ามันก็เป็นไลฟ์สไตล์ที่ปกติทั่วไป


คุณพ่อคุณแม่ไฟเขียวไหม? 
เอาเป็นว่าไฟเหลืองแล้วกันค่ะ ไม่ได้ห้าม แต่ก็ไม่ได้ปล่อยซะทีเดียว เขาก็มองดูอยู่ห่าง ๆ คอยเตือน คอยเป็นกำลังใจ คอยให้คำปรึกษา มีอะไรก็คอยบอก ส่วนเรื่องปรึกษาที่บ้านนั้น ถ้ามีอะไรบอกได้ก็จะบอก ถ้าเป็นเรื่องวัยรุ่นมาก ๆ ก็จะปรึกษาพี่สาวมากกว่า แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบงอนกันอะไรแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องบอก เพราะเดี๋ยวก็ดีกัน ถ้าเราแก้ปัญหาเองได้ก็แก้ไปก่อน

 

 

คนนี้มองไกลแค่ไหน? 
อย่างที่บอกว่า ทุก ๆ ครั้งที่สนิทกับใครก็หวังว่าจะให้มันนาน เพราะคงไม่มีใครอยากเปลี่ยนแฟนบ่อยอยู่แล้ว ก็หวังว่ามันจะไปได้นาน ส่วนจะไกลไปถึงเรื่องมีครอบครัวนั้น ถ้าเราคบกันไปนานกว่านี้ ความคิดนั้นอาจจะมาก็ได้ แต่ตอนนี้ก็แค่อยากคบไปเรื่อย ๆ ก่อน


ทุกวันนี้ประสบความสำเร็จหรือยัง? 
ทุก ๆ ก้าวมันก็คือความสำเร็จของเราอยู่แล้ว ความจริงก็ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ตรงนี้ เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ เราก็งอแง คิดว่าเด็กอายุ 13-14 อย่างเรา ทำไมต้องมาซ้อมเต้น มาร้องเพลง ก็คิดว่าตอนนั้นยังเด็ก เพื่อน ๆ ได้ไปเดินสยามกัน แต่เราต้องมาทำงาน เราก็มาคิดกับตัวเองได้ว่า ก็น้อยคนนะ ที่จะได้ทำงานตั้งแต่ 13-14 คิดว่าทุก ๆ ก้าวคือความสำเร็จ ถ้ามองย้อนกลับไปก็คิดว่าเราคิดถูกแล้ว


มีอะไรฝากถึงแฟน ๆ ไหม? 
เรายังมานั่งคุยกัน เฟย์ ฟาง แก้ว ว่าจะมีใครมาชอบเรา ถ้าเป็นเรา เราก็คงไม่ชอบยาย 3 คนนี้ ต้องขอบคุณก่อน ที่ติดตามตั้งแต่เพลงแรกที่เราออกไป น่ารักมาก ๆ ขอบคุณที่คอยเทคแคร์ บางงานเขามารอเราตั้งนาน แต่ได้เจอเราแค่ 5-10 นาที ทั้งที่ความจริง เขาไม่จำเป็นจะต้องมาทำอะไรให้เราขนาดนี้ เลยรู้สึกว่าเราโชคดีมาก ๆ ที่เขาชอบแล้วมาตามเรา

 

: แก้ว จริญญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • “โทนี่-แก้ว” ควงคู่หวาน นำทีมนักแสดง ฟิตติ้งละคร “นางสาว 18 มงกุฏ”
  • “ไนกี้-แก้ว” กอดหวานส่งท้าย “รักฉันสวรรค์จัดให้”!!
  • “ไผ่” กลิ้งฝุ่นตลบ โชว์แมนโดนยิงแทน “แก้ว”!!!
  • “ไนกี้-แก้ว” ชวนจิ้นฟินกระจาย มีทแอนด์กรี๊ดแฟนคลับ “รักฉันสวรรค์จัดให้”
  • ซีนหวาน “แก้ว - ไนกี้” จูบมา จูบกลับไม่โกง
  •  
     
     
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
    ชื่อ :
     
    ความคิดเห็น :