ข่าว > ข่าวหนังทั้งหมด > รีวิวหนังวันวาน

Mission Impossible 3 : มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 3

20 มิ.ย. 2556 00:00 น. | เปิดอ่าน 1159 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 





สวัสดีครับ เพื่อนที่รัก นักเสพย์ความเอนเตอร์เทนเม้นท์ ผ่านสื่อ อินเตอร์เน็ท กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ
เมื่อมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจ
“ นัวฟิล์ม” ก็จะนำมาวิจารณ์ให้ เหล่าเพื่อน ๆ ในหนังดีดอทคอม ได้อ่านกันนะครับ

 



ครับ วันนี้ นับเป็นโอกาสที่ดี ที่ นัวฟิล์ม สามารถดั้นด้น นำ สุดยอดภาพยนตร์แอ็คชั่นที่เคยสร้างความประทับใจอย่างล้นหลาม กับ ภาพยนตร์เรื่อง M:I:III ก่อนอื่นก็ต้องเกริ่นสักนิดก่อนนะว่าอะไรเป็นอะไร


Mission Impossible 3 : มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 3


สำหรับคอภาพยนตร์ แล้ว คงไม่ต้องบอกว่าเป็นภาพยนตร์ประเภทไหน แต่ด้วยตัวภาพยนตร์ เค้าบอกว่าเป็น อภิมหาปฏิบัติการแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ เดี๋ยวเราจะพาคุณไปชม


หลังจากที่ ได้ชมแล้ว M:I:III ก็ ยังคงความเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไฮ-เทค ที่มีความสนุก บู๊ล้างผลาญ ปฏิบัติการเหนือความคาดหมาย อย่างที่รอคอยจริง ๆ ครับ ภาพยนตร์กล่าวถึง อีธาน ฮั้นท์ (ทอม ครูซ) หลังเลิกการออกภาคสนาม เค้าได้รับหน้าที่เป็นครูฝึกสายลับ ให้กับ หน่วยไอเอ็มเอฟ จนวันหนึ่ง เค้าจำเป็นต้องไปปฏิบัติการพิเศษ อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือศิษย์เอก ที่หายไปในปฎิบัติการ เรื่องคงไม่วุ่นวาย หาก ผู้ที่จับสายลับ ศิษย์เอกของ อีธาน เป็นพ่อค้าข้อมูล และ อาวุธร้ายแรง ระหว่างประเทศ และหาก พ่อยอดสายลับ อีธาน ไม่ ไปมีความรัก และ สัญญิงสัญญา ว่าจะแต่งงานกับ แพทย์สาวสุดสวย เรื่องเลยกลายเป็น การตามล้างตามล่า ผ่าปฏิบัติการ เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่เป็นคนรัก พร้อมทั้งต้องจัดการกับจอมอาชญากรรม และ นำมาซึ่งอาวุธร้ายแรงก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของศัตรู โอ๊ย...แค่คิดก็มันส์แล้วว..


ภาพยนตร์
ก็เป็นแนว ปฏิบัติการบู๊ระห่ำเมือง เหมือนสองภาคที่ผ่านมา ต่างกันที่ คนกำกับเท่านั้นเอง ในภาคที่สองนั้น เราเคย อิ่มไปกับฉากแอ็คชั่น สุดตระการตาไปกับ จอห์น วู แต่ด้วยเนื้อหาเชิงลึก ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ซึ่ง ต่างจากภาคแรก ที่มีเนื้อหาหนักแน่นกว่า แต่ความเป็นแอ็คชั่นน้อยกว่าภาคสอง แต่กลับมาภาค 3 นี้ ผมคิดว่า ทั้งฉากแอ็คชั่น และ ตัวเนื้อเรื่อง ทำได้ดีมาก เนื้อเรื่องนั้นทำได้เทียบเคียงกับภาคแรก แต่ดีกว่าภาคสอง แต่ฉากแอ็คชั่นก็ทำได้ดีกว่าภาคแรก แต่ไม่หวือหวาเหมือนภาคสอง แต่โดยรวมดูสมบูรณ์แบบกว่าสองภาคแรกครับ


ฉาก
ผมว่าไม่รู้ทำไม ภาพยนตร์ประเภทนี้ ต้อง อ้างถึง เยอรมันนี จีน หรือ ไม่ก็เกาหลีเหนือ หรือ ประเทศทาง ยุโรปตะวันตก พวกประเทศสังคมนิยม อาจจะเป็นไปหรือเปล่าที่ประเทศเหล่านี้ เป็นประเทศที่ล่อแหลมต่อการก่อการร้าย หรือ มักมองว่าประเทศเหล่านี้เป็นแหล่งของเหล่าผู้ก่อการร้าย หรือ เป็นประเทศคู่ปฎิปักษ์ หรือ เคยเป็น ผมไม่ทราบจริง ๆ ใครมีความรู้บอกหน่อย เรื่องนี้ ก็ยังคงกล่าวถึงภาคปฏิบัติการ ใน เยอรมันนี และ จีน เป็นหลัก ผมว่าดูแล้วก็เหมือนกับจะเป็นการบอกกันกราย ๆ ว่า ไม่ว่าประเทศ ยุโรป หรือ ตะวันออกไกล มีโอกาสพอ ๆ กันที่จะเกิดการก่อการร้ายหรือเป็นตลาดมืดของอาวุธมหาประลัย แต่ฉากที่ถ่ายในประเทศจีนกลับดูดีกว่าเพราะเป็นส่วนใหญ่ของเรื่อง และ มีฉากแอ็คชั่นไล่ล่ามากมาย ตรงข้ามกับ ฉากชิงตัวประกันในเยอรมันนั้นเป็นเพียงแค่การอ้างถึง และ เป็นแค่โรงงานร้างเก่า ๆ เท่านั้นเอง แต่ที่เป็นทีเด็ดของภาคนี้คือ ฉากการปฎิบัติการ มิชชั่น อิมพอซซิเบิ้ล ที่ไปถ่ายทำกันถึง นครวาติกัน ในประเทศอิตาลี ซึ่งผมว่ายากมากที่จะทำได้ แต่เรื่องนี้สามารถทำได้ บางฉากที่เป็นภายในพอมองออกละครับว่าเป็นการเซ็ทอัพ ขึ้นแต่ก็ดูสมจริงครับ แต่ฉากภาพภายนอก ของจริงแน่ ๆ อีกฉากที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้คือ ฉากขบวนรถถูกโจมตี บนสะพานที่อยู่ในทะเล (ผมจำชื่อไม่ได้จริง ๆว่าสะพานอะไร) แต่จำกันได้ไม๊ เรื่อง TRUE LIES ที่พ่อบึ้ก อาร์โนลด์ เอา เครื่อง แฮริเออร์ ถล่มขบวนรถผู้ร้าย แหมเหมือนกันเด๊ะเลย ช่างเป็นสะพานที่น่าเอาจรวดถล่มซะจริง ๆ แต่ก็ถ่ายทำได้เนียนมาก ๆ ครับ



ดารา
ทอม ครูซ คง ไม่ทำให้คุณ ๆ ผิดหวังหรอกครับ เพราะภาคนี้เค้าเป็นผู้อำนวยการสร้างเองด้วย หากทำไม่ดีเค้าก็ขาดทุนเองเหมือนกัน อีกทั้งเล่นเองด้วย คงต้องทุ่มสุดตัวหวังกลับมาเป็นเจ้าพ่อแอ็คชั่นอีกครั้ง เพราะตอนนี้ไม่ค่อยมีใครแรงขึ้นมา และ ด้วยตัวเองเพิ่มถูกโหวต ให้เป็น หนุ่มที่บื้อสุด ในฮอลลีวูดอีกด้วย เลยต้องกลับมาล้างภาพพจน์กันหน่อยนะครับ รวมไปถึงอีกหลาย ๆ คน อย่างเช่น ยอดฝีมืออีกคน ลอว์เลนซ์ ฟิชเบิร์น ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแทน อีกทั้ง ขบานการผู้ช่วยอย่าง วิง เรมส์ ไอ้รูปหล่อ โจนาธาน รีส ไมเยอร์ แม็คกี้ คิว และที่ขาดไม่ได้นางเอกสาวสุดสวย มิเชลล์ โมนาแกน


คอมพิวเตอร์กราฟฟิก
โอ้โห อลังการงานสร้าง อันนี้ขอไม่พูดถึงอยากให้ไปชมกันเอง ดีกว่า ภาคที่แล้วมากมายก็แล้วกัน


โดยรวม
เป็นภาพยนตร์ ดูได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา คุณจะได้เห็น ทอม ครูซ วิ่งสู้ฟัดสุด ๆ และ ถูกอัดจนงอมพระราม แต่มาดก็ยังหล่อได้ใจ ในเรื่องนี้อย่างคุ้มค่า สมราคาที่เค้าอุตสาห์ทุบกระปุกสร้างเลยนะ อีกประการ ผู้กำกับ เจเจ เอแบรห์ม ผมทราบมาเลา ๆ ว่าเป็นผู้กำกับที่เก่งมาก และ ทอม ครูซ เป็นคนเลือกคนกำกับเอง อีกทั้งเค้ายังเป็นผู้กับกำกับภาพยนตร์ซีรี่ยอดฮิตอย่าง LOST และ ALIAS อีกด้วย

ผมมิได้ชมชอบภาพยนตร์ M:I:III เรื่อง นี้เป็นพิเศษ มาก่อนแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ภาคแรกแล้ว แต่ภาคนี้ผมกลับชอบมากเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะเนื้อหาและความแอ็คชั่นลงตัวกันดีจริง ๆ กระนั้นผมก็ยังขัดใจนิด ๆ ทุก ๆ ครั้งที่ได้ดู MISSION IMPOSSIBLE ทางจอเงินนี้ทุกครั้ง เพราะ ผมเคยดูซีรี่นี้มาก่อน เมื่อก่อนใช้ชื่อ Mission Ipossible “ ขบวนการพยัคฆ์ร้าย “ เนื้อเรื่องจะปฎิบัติการกันเป็นทีม ไม่ได้ วันแมนโชว์ อย่างปัจจุบัน เพราะฉะนั้น เนื้อหามันจึงดูเด่นทุกคน ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่ทำไงได้ พระเอกสร้างเองก็งี้แหล่ะ แต่ผมว่าส่วนตัวผม ผมว่าผมหลงรัก นางเอกสาว มิเชลล์ โมนาแกน เข้าให้แล้ว



ความคุ้มค่า
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมให้ 8.5 คะแนน ครับ ชอบครับ

แล้วคราวหน้า เมื่อมีภาพยนตร์เรื่องที่น่าสนใจ “ นัวฟิล์ม “ จะกลับ เช่นเคยครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ เข้ามาอ่านแล้ว โพสท์เข้ามา บอกความคิดเห็นกันบ้างนะครับ ว่า ชอบ หรือไม่ชอบ อย่างไร สวัสดีครับ



"นัวฟิล์ม"

: Mission Impossible 3, มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 3

 
 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ :
 
ความคิดเห็น :