ข่าว > ข่าวสัพเพเหระทั้งหมด > Webmaster Talk

เปิดเส้นทาง 30 นักแสดงสู่ 30 ซูเปอร์ฮีโร่แห่งจักรวาล MCU

12 เม.ย. 2563 00:24 น. | เปิดอ่าน 365 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้วที่จักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ MCU (Marvel Cinematic Universe) เป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก ซึ่งนอกจากเรื่องราวในแต่ละภาคนั้นเชื่อมโยงต่อกันแล้ว เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกันที่ทำให้คนดูรู้สึกหลงรักและผูกพันกับพวกเขามากขนาดนี้ หนังดีดอทคอมเลยมีเส้นทางสู่จักรวาลมาร์เวลนักแสดงทั้งหมด 30 คนมาให้อ่านกันเพลิน ๆ ระหว่างรอหนังเดี่ยว Black Widow เข้าฉาย อยากรู้ว่าคนโปรดของคุณผ่านการแคสติ้งยังไงบ้าง มาส่องกันจ้า

 

1. โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) - ไอรอนแมน โทนี่ สตาร์ค (Ironman - Tony Stark)

ก่อนจะมาเป็น โทนี่ สตาร์ค เดอะแบกแห่งแก๊งอเวนเจอร์สผู้เป็นที่รักของแฟนทั่วโลกแบบนี้ รู้ไหมว่า โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เคยเป็นตัวเลือกเกือบสุดท้ายที่ทางสตูโอใหญ่ต้องการตัว เนื่องจากเขาเคยมีคดีเกี่ยวกับเหล้าและยาเสพติดจนถูกถอดออกจากงานแสดง ทำให้หลายคนคิดว่าเรื่องเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อนาคตของจักรวาลมาร์เวลที่ในตอนนั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่างได้ แต่ผู้กำกับ จอน ฟาฟวโร (Jon Favreau) รู้ดีว่า ไอรอนแมน ของเขาต้องรับบทโดย โรเบิร์ต เท่านั้น

แม้เบื้องบนจะปฏิเสธการแคสติ้งของเขาหลายหน แต่ จอน ก็ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอย่างหนักเพื่อให้ โรเบิร์ต ได้มาลองเทสต์หน้ากล้องดูสักครั้ง และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ คนนี้มีทั้งฝีมือและเสน่ห์ที่ทำให้โปรเจกต์หนังที่ไม่มีแม้แต่ชื่อตอนนั้น กลายมาเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจของใครหลายคนได้ แถมยังเป็นผู้บุกเบิกเปิดทางให้จักรวาลมาร์เวลเดินทางได้อย่างสวยงามราบรื่น และประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

 

 

2. กวินเน็ธ พัลโทรว์ (Gwyneth Paltrow) - เปปเปอร์ พอตส์ (Pepper Potts)

จะมาเป็นสาวคู่ใจของฮีโร่ผู้บุกเบิกจักรวาลสุดยิ่งใหญ่ทั้งที มาร์เวลขอเล่นใหญ่คว้าตัว กวินเน็ธ พัลโทรว์ เจ้าของรางวัลออสการ์มาเป็นดาราแม่เหล็กของเรื่อง เพราะเชื่อว่าเธอจะสามารถถ่ายทอดความเฉลียวฉลาด ความมีสติรอบคอบ และความสามารถเข้าขั้นเก่งรอบด้านของตัวละครนี้ออกมาได้เป็นอย่างดี แถมเคมีของเธอยังเข้ากับ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มากด้วย

ในตอนแรก กวินเน็ธ ตั้งใจจะร่วมแสดงแค่ Ironman เพียง 3 ภาค แต่ไป ๆ มา ๆ ด้วยความที่จักรวาลมาร์เวลประสบความสำเร็จ บทบาทของเธอจึงมีส่วนช่วยเติมเต็มทุกอย่างทั้งภาพยนตร์ และตัวไอรอนแมนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยมี โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เป็นคนเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับมาร่วมงานกับเขาอีกครั้งในหลาย ๆ เรื่อง

 

3. คริส อีแวนส์ (Chris Evans) - กัปตัน อเมริกา สตีฟ โรเจอร์ส (Captain America - Steve Rogers)

กว่าจะมารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่สุดหล่อแห่งอเมริกาได้บอกเลยว่าไม่ง่าย! เพราะ คริส อีแวนส์ ตอบปฏิเสธบทนี้อยู่หลายครั้ง จนมาร์เวลต้องทำทุกวิถีทางเพื่อง้อให้นักแสดงหนุ่มคนนี้มาร่วมงานกันให้ได้ เพราะพวกเขามั่นใจแล้วจริง ๆ ว่า คริส อีแวนส์ คือนักแสดงคนเดียวที่เหมาะสมกับบท สตีฟ โรเจอร์ส หรือ กัปตันอเมริกา เพราะบุคลิกของพวกเขาคล้ายกันตรงที่มีอารมณ์ขัน แต่ก็ยังมีมุมนุ่มลึก และแม้เป็นคนใจกล้า พร้อมบุกป่าฝ่าดงทุกที่ แต่ยังมีท่าทางที่ดูสง่าผ่าเผยตลอดเวลา

ซึ่งเหตุผลที่เขาปฏิเสธหัวชนฝาในตอนแรกนั้น ก็เพราะว่าเขากลัวการกลายเป็นคนดังจนชีวิตเรียบง่ายที่เคยมีนั้นหายไป แต่สุดท้ายก็ยอมตกลงเพราะมีคุณแม่ให้คำแนะนำว่า ถ้าเขาต้องการจะเป็นนักแสดงต่อไป บทบาทนี้แหละจะทำให้เขามีอนาคตสดใสไปอีกนาน

คลิกอ่านเพิ่มเติม : คริส อีแวนส์ เกือบปัดบท กัปตันอเมริกา ทิ้ง ก่อนได้คุณแม่ช่วยดึงสติกลับมา!

 

4. เซบาสเตียน สแตน (Sebastian Stan) - บัคกี้ บาร์นส (Bucky Barnes)

เป็นอีกคนที่เข้าออดิชั่นบทซูเปอร์ฮีโร่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันอเมริกา แต่ได้รับบทเป็น บัคกี้ บาร์นส เพื่อนซี้หมายเลขหนึ่งของเขามาแทน ในตอนแรก เซบาสเตียน รู้สึกนอยด์มาที่ต้องชวดบทที่เขาคาดหวังไป แต่ก็กลับมาแฮปปี้อีกครั้งที่ทางมาร์เวลติดต่อให้ไปกลับไปแคสติ้งอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกว่าโอกาสเข้าร่วมจักรวาลมาร์เวลของเขายังไม่หมด แถมสุดท้ายยังได้เซ็นสัญญาเล่นภาพยนตร์อีกหลายเรื่องอีกด้วย

 

5. Don Cheadle (ดอน ชีเดล) - วอร์แมชชีน รูเพิร์ต “โรดี้“ โรดส์ - (War Machine - Rupert “Rhodey” Rhodes)

จริง ๆ แล้ว ดอน ชีเดล เป็นหนึ่งในผู้มาออดิชั่นบท วอร์แมชชีน เพื่อนร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ ไอรอนแมน ตั้งแต่แรก แม้สุดท้ายบทก็หลุดมือไปเป็นของ เทอร์เรนซ์ ฮาเวิร์ด (Terrence Howard) อย่างที่เห็นกันใน Ironman ภาคแรก แต่เพราะมีดราม่าระหว่าง เทอร์เรนซ์ กับทีมมาร์เวล และ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ดอน เลยถูกเรียกตัวกลับมาอีกครั้ง โดยมาร์เวลให้เขามีเวลาตัดสินใจตอบตกลงภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น! 

 

6. แอนโธนี่ แม็คกี้ (Anthony Mackie) - ฟอลคอน แซท วิลสัน (Falcon - Sam Wilson)

เช่นเดียวกับ เจเรมี่ เรนเนอร์ ผู้ได้รับบท ฮอว์คอาย แอนโทนี่ แม็คกี้ ก็ถูกเรียกตัวมาแคสต์บท ฟอลคอน หลังจากภาพยนตร์ The Hurt Locker แม้ว่าในตอนแรก แอนโธนี่ จะแอบหวังบท แบล็ค แพนเธอร์ ไว้ก็ตาม ด้านมาร์เวลเองก็ตกหลุมรัก แอนโธนี่ ในบทบาท ฟอลคอน นี้เอามาก ๆ เพราะเขามีทั้งเอเนอร์จี้ที่ดี มีอารมณ์ขันในตัว และมีภาพลักษณ์จริงใจที่ใครเห็นแล้วก็ต้องอยากเป็นเพื่อนด้วย

 

7. เจเรมี่ เรนเนอร์ (Jeremy Renner) - ฮอว์คอาย คลินท์ บาร์ตัน (Hawkeye - Clint Barton)

เจเรมี่ เคนเนอร์ ตกลงรับบทเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยชิลด์ (S.H.I.E.L.D) คลินท์ บาร์ตัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจในภาพยนตร์ The Heart Locker (2008) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้กำกับจอส วีดอน (Joss Whedon) บอกว่าการออดิชั่นของเขาน่าตื่นเต้นเอามาก ๆ และตรงตามคาแรคเตอร์ที่พวกเขาคิดไว้ เพราะตัวละคร ฮอว์คอาย นั้นเป็นฮีโร่ที่ไม่มีพลังวิเศษ แถมยังมีความลับที่ไม่ต้องการบอกใครด้วยว่าเขามีครอบครัว มีภรรยาและลูกที่น่ารัก ซึ่ง เจเรมี่ ก็ถ่ายทอดตัวละครออกมาให้เป็นที่รักของทุกคนในทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว จนทำให้ในอนาคตมาร์เวลได้วางแผนสร้างซีรีส์เดี่ยว Hawkeye เพื่อนแฟน ๆ ที่ชื่นชอบเขาโดยเฉพาะ

 

 

8. สการ์เลตต์ โจแฮนสัน (Scarlett Johansson) - แบล็ค วิโดว์ นาตาชา โรมานอฟ (Black Widow - Natasha Romanof)

ในตอนแรก สการ์เลตต์ โจแฮนสัน ได้รับการแคสต์ให้มารับบท นาตาชา โรมานอฟ ใน Ironman 2 เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเธอสามารถทำให้ตัวละครตัวนี้มีมิติมากกว่าที่คนอื่นเคยคิด หลังจากปรากฏตัวในภาพยนตร์ของจักรวาลมาร์เวลอีกหลายเรื่อง แม่แบล็ควิโดว นาตาชา กลายเป็นสาวแกร่งที่มีนิสัยรักพวกพ้อง น่าหลงใหล มีความคิดระเอียดรอบคอบ ที่สำคัญคือเธอกลายมาเป็นผู้นำของแก๊งอเวนเจอร์ส จนมีหนังเดี่ยว Black Widow เป็นของตัวเอง หนังกำหนดฉายในบ้านเรา 29 คุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

9. ซามูเอล แอล. แจ็คสัน (Samuel L. Jackson) - นิค ฟิวรี่ (Nick Fury)

สำหรับบท นิค ฟิวรี่ ผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาลมาร์เวล เหมือนกับสร้างมาเพื่อให้ ซามูเอล แอล. แจ็คสัน โดยเฉพาะ เพราะนักแสดงหนุ่มร่วมลงขันเซ็นสัญญาเล่นภาพยนตร์มาร์เวลมากถึง 9 เรื่อง ตั้งแต่โปรเจกต์จักรวาลฮีโร่นี้เริ่มริเริ่มสร้างกันในตอนแรก เพราะตัวละคร นิค ฟิวรี่ จะเป็นคนเชื่อมโยงเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แถม นิค ฟิวรี่ ในคอมมิคฉบับรีบูตยังใช้ตัว ซามูเอล แอล. แจ็คสัน เป็นต้นแบบคาแรคเตอร์อีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เหมาะสมแล้วว่าทำไมต้องเป็นเขาเท่านั้นที่ได้รับบทนี้

 

10. มาร์ค รัฟฟาโล่ (Mark Ruffalo) - เดอะฮัล์ค บรูซ แบนเนอร์ (The Hulk - Burce Banner)

เมื่อ The Incridible Hulk ฉบับของหนุ่่ม เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน (Edward Norton) ดูจะไม่ค่อยตรึงตาตรึงใจแฟน ๆ สักเท่าไร มาร์เวลจึงตัดสินใจมองหานักแสดงคนอื่นมาร่วมทีมแนะนำตัวใหม่ใน The Avengers อีกครั้ง เพราะเห็นตรงกันแล้วว่า คาแรคเตอร์ตัวละคร บรูซ แบนเนอร์ นั้น เหมาะกับการเป็นแบ็กอัพให้กับฮีโร่คนอื่น ๆ ด้วยความฉลาด ความใจเย็น (ร้อนบางในบางที) และเก่งในเรื่องสร้างบรรยากาศ ซึ่งพวกเขาก็เห็นสิ่งเหล่านั้นในตัวของ มาร์ค รัฟฟาโล่ ผู้ที่ทำให้ เดอะฮัลค์ มาถูกทาง เรียกว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของจักรวาลมาร์เวลไปแล้วก็ว่าได้

 

11. ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) - สไปเดอร์แมน ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (Spider-Man - Peter Parker)

นับเป็นเรื่องกดดันพอสมควรในการหาตัวนักแสดงที่จะมารับบท สไปเดอร์แมน คนถัดไป เพราะนอกจากจะเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ที่ได้รับความนิยมที่สุดแล้ว ยังเคยมีการสร้างแฟรนไชส์ สไปเดอร์แมน มาก่อนหน้านี้ถึง 2 เรื่องซึ่ง โทบี้ แม็ค ไกวร์ (Tobey Maguire) และแอนดรูว การ์ฟิลด์ (Andrew Garfield) ก็ฝากผลงานเอาไว้ได้ดีมาก 
ในตอนนั้นทางมาร์เวลต้องการนักแสดงที่มีคาแรคเตอร์เป็นเด็กไฮสคูล และหลังจากเฟ้นหามากว่า 2,000 คน พวกเขาก็ได้ตัว ทอม ฮอลแลนด์ เด็กหนุ่มนิสัยร่าเริงคนนี้มา โดยน้องทอม ต้องผ่านการออดิชั่นกว่า 6 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเคมีของเขาจะเข้ากันได้ดีกับ ไอรอนแมน ซึ่ง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมออดิชั่น แถมยังชวนน้องทอมออกไปใช้เวลาร่วมกันบ้าง จะได้รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกสบายใจที่จะได้ทำงานร่วมกันต่อไป

 

12. พอล รัดด์ (Paul Rudd) - แอนท์แมน สก็อตต์ แลงค์ (Ant-Man - Scott Lang)

นักแสดงผู้เป็นที่รักในวงการฮอลลีวูดถูกเลือกให้มารับซูเปอร์ฮีโร่ไซซ์จิ๋วในจักรวาล เรียกเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟน ๆ ที่รอคอยในตอนนั้น ทำให้มาร์เวลได้รู้ว่าพวกเขาตัดสินใจไม่ผิด เพราะพวกเขาเองก็เห็นความเป็น แอนท์แมน ในตัวของ พอล ยิ่งเขากระตือรือล้นกับการทำงานอย่างเต็มที่ทุกขั้นตอน ยิ่งทำให้มาร์เวลปลื้มเอามาก ๆ ว่าเลือกได้ถูกคนแล้วจริง ๆ

 

13. เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบ็ตช์ (Benedict Cumberbatch) - ดร.สตีเฟ่น สเตรนจ์ (Dr. Stephen Strange)

เมื่อเริ่มโปรเจกต์สร้างหนังเดี่ยวพ่อหมอ ด็อกเตอร์สเตรนจ์ มาร์เวลก็เล็งตัวนักแสดงให้เป็น เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบ็ตช์ ไว้ตั้งแต่แรก แต่เพราะตารางงานของเขาไม่เอื้ออำนวยของการถ่ายทำเลยสักวัน ทำให้ เบเนดิคต์ รู้สึกยอมแพ้ขอถอยลาบทบาทนี้ไป ส่วนทางทีมงานยิ่งได้เจอกับนักแสดงคนอื่นที่พวกเขาลองเรียกมาแคสติ้งแทน ก็ยิ่งมั่นใจว่ายังไง๊ ยังไงบท ด็อกเตอร์สตีเฟ่น สเตรนจ์ เป็นของ เบเนดิคต์ เท่านั้น ผู้กำกับ สก็อตต์ เดอร์ริคสัน (Scott Derrickson) เลยขอร้องให้ทางมาร์เวลเลื่อนแผนการถ่ายทำภาพยนตร์ไปก่อน เพื่อรอให้คิวของ เบเนดิคต์ ว่าง เพราะเขาเป็นคนเดียวที่สามารถถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของตัวละครที่เป็นคนมีความรู้ มีความฉลาด และมีความอ่อนไหวรวมอยู่ในคน ๆ เดียว 

 

14. พอล เบ็ตตานีย์ (Paul Bettany) - จาร์วิส / วิชั่น (Jarvis / Vision)

เรียกว่า พอล เบ็ตตานีย์ เป็นผู้ทำลายกฏของมาร์เวลก็ว่าได้ เพราะเขาเป็นนักแสดงคนเดียวที่ได้รับทบาทถึงสองบทในจักรวาลฮีโร่นี้ เริ่มตั้งแต่การพากย์เสียงเป็นจาร์วิส ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะของ ไอรอนแมน จนมาถึงซูเปอร์ฮีโร่ วิชั่น โดยเส้นทางที่เข้าได้เดินเข้ามาในจักรวาลนี้ เริ่มจากการที่ จอน ราฟวโร โทรมาหาเขาแล้วบอกว่ามาร์เวลกำลังมองหาเสียงของหุ่นยนต์ไร้อารมณ์ และ จอน ก็นึกถึงเขาเป็นคนแรก ส่วนบท วิชั่น นั้น พอล ได้รับโอกาสมาจากผู้กำกับ จอส วีดอน โดยตรง

 

15. เอลิซาเบธ โอลเซ่น (Elizabeth Olsen) - สการ์เลตต์ วิชท์ แวนด้า แม็กซิมอฟ (Scarlett Witch - Wanda Maximoff)

หลังได้ดูฝีมือการแสดงของ เอลิซาเบธ โอลเซ่น ใน Martha Marcy May Marlene (2011) ผู้กำกับจอส วีดอน ก็รู้ทันทีว่าเขาต้องการให้เธอมารับบทแม่มดสาว สการ์เลตต์ วิชท์ โดนเรียกตัวเธอเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดเบื้องต้น แต่ยังไม่บอกว่าเธอจะรับบทเป็นอะไรเพราะต้องเก็บไว้เป็นความลับ ซึ่งพวกเขาบอกได้แค่ว่าเธอจะได้เล่นเป็นตัวละครใหม่ใน The Avengers 2: Age of Ultron (2015) เท่านั้น

 

16. บรี ลาร์สัน (Brie Larson) - กัปตันมาร์เวล แครอล แดนเวอร์ส (Captain Marvel - Carol Danvers)

หลังจากได้รับการติดต่อจากสตูดิโอ ในตอนแรกนักแสดงสาว บรี ลาร์สัน เองก็ยังลังเล ว่าเธอจะสามารถรับบทซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลได้อย่างเหมาะสมรึเปล่า แต่พอเธอได้ฟังไอเดียทั้งหมดของภาพยนตร์และตัวละครนี้ เธอก็ตัดสินใจตอบตกลงเข้ารับการออดิชั่นทันทีเพราะมีองค์ประกอบหลายที่เป็นสิ่งที่เธอต้องการมานาน ในส่วนของสตูดิโอเองก็มองว่า บรี มีคาแรคเตอร์ที่ดูน่าเชื่อถือ พึ่งพาได้ เพราะกับการรับบทตัวละครที่จะกลายเป็นผู้ปกป้องและผู้นำพลังหญิงต่อไป

 

17. คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) - ธอร์ โอดินสัน (Thor - Thor Odinson)

ในวันแรกที่ได้พบกับทีมแคสติ้ง คริส เฮมสเวิร์ธ คือลงจากเครื่องบินปุ๊บ เดินทางไปยังตึกมาร์เวลที่เบอร์แบงก์ปั๊บ ก่อนผู้กำกับเคนเน็ธ บรานาห์ (Kenneth Branagh) จะให้เขาออดิชั่นโดยการเล่นบทละครของ เชกสเปียร์ พร้อมเข้ารับการทดสอบอยู่หลายครั้งเพื่อให้ทุกคนแน่ใจว่าเขาจะสามารถเป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่ดีได้ เพราะก่อนหน้านี้ทางทีมงานชอบในตัวของ เลียม เฮมสเวิร์ธ (Laim Hemsworth) น้องชายของเขามากกว่า แต่ตัว คริส เองก็อยากรับบทนี้เอามาก ๆ เลยโทรไปขอเคล็ดลับในการแคสติ้งกับน้องชาย สุดท้าย หลังจากเวลาผ่านไปเป็นเดือน ๆ เขาก็พิสูจน์ให้ทีมงานมั่นใจได้ว่าเขาเหมาะสมแล้วที่จะได้เป็น เทพเจ้าสายฟ้าคนใหม่

 

18. ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) - โลกิ (Loki)

สำหรับหนุ่มทอมตัวเขานั้นมีคอนเนคชั่นกับผู้กำกับ เคนเน็ธ บรานาห์ อยู่แล้ว เพราะทำงานละครเวทีร่วมกัน ในตอนแรกเขาถูกขอให้ปรับเปลี่ยนรูปร่าง ลดไขมันในร่างกายลงถึง 7% และได้โอกาสมาออดิชั่นสำหรับบท เทพธอร์ แต่หลังจากนั้นทางทีมงานก็โทรมาบอกเขาว่า เขาจะได้รับบท โลกิ ผู้เป็นน้องชายของ ธอร์ แทน ซึ่งเขาก็ไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายแม้แต่น้อยที่ได้มารับบทวายร้ายที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลกแบบนี้ แถมยังจะได้มีซีรีส์ Loki ซึ่งเป็นซีรีส์เดี่ยวเป็นของตัวเองอีกด้วย!

 

19. เทสซ่า ธอมป์สัน (Tessa Thompson) - วัลคีรี่ (Valkyrie)

หลังจาก นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) หันหลังให้กับจักราล MCU เทสซ่า ธอมป์สัน ก็ถูกเรียกให้มารับบทนักรบสาว วัลคีรี่ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปใน Thor: Ragnarok ซึ่งเป็นตัวละครที่ทางมาร์เวลและตัวผู้กำกับไทกา ไวทีที (Taika Waititi) อยากดึงเข้ามาร่วมจักรวาลเพื่อเพิ่มรสชาติความบันเทิงที่แปลกใหม่ ซึ่ง เทสซ่า เองก็ตอบตกลงหลังจากได้ฟังรายละเอียดว่าตัวละครของเธอจะเป็นตัวละครไบเซ็กซ์ชวลคนแรกของจักรวาล

 

20. แชดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman) - แบล็ค แพนเตอร์ ทีชัลล่า (Black Panther - T’Challa)

ระหว่างโปรโมต ‘Get On Up (2014)’ ภาพยนตร์ชีวประวัติ เจมส์ บราวน์ ผู้จัดการบอกกับ แชดวิก โบสแมนว่า หัวเรือใหญ่จาก Marvel ทั้ง เควิน ไฟกี และสองพี่น้อง โจ และ แอนโทนี่ รุซโซ่ ติดต่อมาหาเพราะต้องการให้เขาไปรับบทเป็น แบล็ค แพนเตอร์ หรือฝ่าบาท ทีชัลล่า ในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ Black Panther 

โดยก่อนหน้านั้น แชดวิก เคยเข้าออดิชั่นในบท แดรกซ์ จากแก๊ง Guardians of the Galaxy ซึ่งแม้จะพลาดบทนี้ไปให้กับ เดฟ บาทิสต้า แต่เขาก็ทำให้ทีมออดิชั่นประทับใจ และเชื่อมั่นว่าภายภาคหน้าต้องมีบทบาทอะไรสักอย่างในจักรวาล MCU ที่เหมาะสมกับเขาอย่างแน่นอน ซึ่งความสำเร็จทั่วโลกที่ได้เห็นกันทุกวันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เขาเกิดมาเพื่อรับบทเป็นฝ่าบาททีชัลล่า แห่งวากานด้านี้ที่แท้ทรู

 

21. ดาไน กูริรา (Danai Gurira) - โอโคเย (Okoye)

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่คิวแน่นเอี๊ยดจนเกือบไม่ได้มาร่วมจักรวาลมาร์เวลด้วยความที่ ดาไน กูริรา ต้องง่วนอยู่กับการถ่ายทำซีรีส์ดัง Walking Dead และงานเขียนบทละคร ซึ่งนอกจากโชคชะตาจะเคลียร์คิวให้เธอสะดวกมาถ่ายทำตามตารางแล้ว ยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับการรับบทตัวละครนี้ก็คือ ‘ความเชื่อใจ’ เพราะ กูริรา ตอบตกลงรับบทโดยที่ไม่รู้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับตัวละครที่เธอจะต้องรับเล่นเลย นอกจากองค์ประกอบและไอเดียรวม ๆ ของหนัง และสิ่งที่เธออาจจะได้ทำในการรับบทบาท แม่ทัพหญิงโอโคเย

 

 

22. ลูปิตา เอ็นยองโง (Lupita N’ongo) - ลูเคีย (Lukia)

สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมือ ลูปิตา เอ็นยองโง มาร์เวลได้เล็งตัวไว้ก่อนที่เธอจะได้รับรางวัลออสการ์จาก 12 Years a Slave ซะอีก เพราะก่อนหน้านั้น ลูปิตา เคยมาออดิชั่นกับมาร์เวลแล้วครั้งหนึ่งในบท เนบิวลา แห่งแก๊ง Guardians of the Galaxy ซึ่งแม้จะชวดบทนั้นไปให้กับ คาเรน กิลแลน (Karen Gillan) แต่มาร์เวลก็ล็อกตัวเธอเอาไว้แล้วสำหรับบท นาเคีย ในโปรเจกต์ Black Panther ที่กำลังจะสร้างในอนาคต

 

23. คริส แพรตต์ (Chris Pratt) - สตาร์ลอร์ด ปีเตอร์ ควิลล์ (Starlord - Peter Quill)

บอกเลยว่าเส้นทางสู่จักรวาลมาร์เวลของ คริส แพรตต์ นั้นไม่ง่ายเลย เพราะตั้งแต่ต้นเขาติดภาพเป็นหนุ่มนักแสดงอารมณ์ดีจากซิตคอม Parks and Recreation เรียกว่าไม่ฉายแววซูเปอร์ฮีโร่เลยแม้แต่นิดเดียวตั้งแต่ตอนที่ลองมาแคสติ้งบท กัปตันอเมริกา ขนาดผู้กำกับ เจมส์ กันน์ (James Gunn) ไม่คิดแม้แต่จะเจรจากับเขา และเมื่อ คริส แพรตต์ รู้ว่า เจมส์ กันน์ ลังเล เขาก็รู้สึกว่าตัวเองอยากจะเปลี่ยนใจไม่ไปออดิชั่นแล้วเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นก็เหมือนมีโชคชะตาลิขิตไว้ เพราะเมื่อ คริส แพรตต์ กับ เจมส์ กันน์ ยอมเปิดใจเจอหน้ากัน กลับกลายเป็นว่าพวกเขาพูดคุยกันถูกคอ เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย นำไปสู่กับเส้นทางเข้าแก๊งผู้พิทักษ์ Guardians of the Galaxy ของเขาอย่างเป็นทางการ

 

24. โซอี้ ซัลดาน่า (Zoe Saldana) - กาโมร่า (Gamora)

โซอี้ ซัลดาน่า เป็นชอยส์แรก ๆ ที่ทางมาร์เวลนึกถึงสำหรับบทหญิงสาวนักบู๊แห่งกาแล็กซี่ หลังจากเธอฝากลีลาการต่อสู้เอาไว้ใน Avatar และ Star Trek และขณะอยู่ในขั้นตอนเจรจาตกลงรับบทบาททนี้เธอก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยครีเอตตัวละคร กาโมร่า ออกมาให้เป็นที่รักของแฟน ๆ ได้ อย่างในตอนแรกมาร์เวลบอกว่าจะใช้ CGI ทำให้เธอกลายเป็นเอเลี่ยนนักฆ่าตัวเขียว แต่ โซอี้ เป็นคนขอให้ทีมงานทาสีที่ตัวเธอได้เลยเพื่อความสมจริง แม้จะต้องเสียเวลากว่า 4-5 ชั่วโมงในการแต่งตัวทั้งหมดก็ตาม

แถมเธอยังคอมเมนต์บทภาพยนตร์ของผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ด้วยว่า เขาอยากให้เธออยู่ในทุกฉาก แต่ไม่มีบทพูดอะไรเลยเนี่ยนะ? คือเธอต้องตื่นไปทาสีตัวอยู่หลายชั่วโมงเพื่อจะมาเป็นตัวประกอบให้พวกผู้ชายเล่นตลกกันในฉาก แล้วให้คุณเก็บภาพโคลสอัพหน้าเธอไปเฉย ๆ อย่างงั้นเหรอ? ซ่งเธอยืนยันเสียงแข็งว่า เธอไม่อยยากกให้มันเกิดขึ้นแน่นอน

 

25. คาเรน กิลแลน (Karen Gillan) - เนบิวลา (Nebula)

หนึ่งในนักแสดงหญิงใจกล้าของจักรวาล เพราะหลังจากทีมงานค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าเธอเหมาะสมสำหรับบท เนบิวลา เธอก็ตอบตกลงทันทีที่ถูกถามว่า เธอกล้าโกนหัวโล้นตอนที่ถ่ายทำบทนี้มั้ย? เพราะเธอคิดว่า เฮ้ย มันฟังดูเหมือนจะโปรเจกต์ที่เท่สุด ๆ ไปเลย แล้วตัวเองก็พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง ด้วยความที่ไว้ผมยาวมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว เลยอยากลองรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ดูบ้าง

ซึ่งในตอนแรกนั้น บทของ เนบิวล่า ถูกวางไว้ให้ต้องตายตั้งแต่ Guardians of the Galaxy ภาคแรก แต่สุดท้ายเธอก็ถูกเรียกกลับมาใหห้มีส่วนสำคัญในจักรวาลนี้อีกครั้ง แถมยังมีมิติ มีความล้ำลึก และมีพันฒนาการตัวละครที่เป็นน่าประทับใจของทุกคน

 

26. พอม เคลเมนเทียฟ (Pom Klementieff) - แมนติส (Mantis)

ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ตกลงเลือก พอม เคลเมนเทียฟ ให้มารับบทเอเลี่ยนสุดคิวต์ แมนทิส เพราะ พอม ทำให้เขารู้สึกว่า เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและดูสบาย ๆ ที่สุดตั้งแต่เคยแคสต์นักแสดงมา แถมฝีมือการแสดงอารมณ์ของเธอในวันออดิชั่นยังทำให้ทีมงานประทับใจ ทำให้เธอเป็นผู้ถูกเลือกจากนักแสดงที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมากถึง 4 คน

 

27. เดฟ บาทิสต้า (Dave Buatista) - แดรกซ์ จอมทำลายล้าง (Drax the Destroyer)

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น โปรเจกต์ Guardians of the Galaxy เป็นอะไรที่ทางมาร์เวลและดิสนีย์ค่อนข้างจะเป็นห่วงมาก เพราะเป็นผลงานที่กำกับโดยผู้กำกับที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไร (ในตอนนั้น) แถมยังได้ คริส แพรตต์ นักแสดงที่ภาพลักษณ์ค่อนไปทางตลกมาเป็นตัวหลัก ในขณะที่สองดาราเบอร์ใหญ่อย่าง แบรดลีย์ คูเปอร์ (Bradley Cooper) และวิน ดีเซล (Vin Diesel) ก็รับหน้าที่เป็นคนพากย์เสียง ทางสตูโอเลยอยากได้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาแบกภาพยนตร์เอาไว้สักหน่อย แต่สำหรับ เจมส์ กันน์ บท พี่แดรกซ์ จอมทำลายล้างนี้ ต้องได้ เดฟ บาทิสต้า มารับบทเท่านั้น แม้ว่าตอนนั้นเขาจะยังไม่มีผลงานดังมากมายและยังเป็นที่รู้จักแค่ในหมู่แฟนมวยปล้ำ แต่ เจมส์ กันน์ ก็ลงทุนไฝว้สุดแรงกับทางสตูดิโอเพื่อให้ เดฟ ได้รับบทนี้

 

28. แบรดลีย์ คูเปอร์ (Bradley Cooper) - ร็อคเก็ต (Rocket)

ในขณะที่นักแสดงคนอื่นมองหาบทพระเอก-นางเอกในภาพยนตร์ แบรดลีย์ คูเปอร์ กลับรู้สึกชอบใจและเป็นเกียรติที่ได้พากย์เสียงให้กับ ร็อคเก็ต แรคคูนตัวแสบแห่งแก๊งการ์เดี้ยน โดยเขามีเทคนิคการพากย์เสียงให้ได้ฟีลคาแรคเตอร์ว่าา เสียงของ ร็อคเก็ต มันจะเหมือนตอนที่ “กิลเบิร์ต ก็อตต์ฟรายด์ (Gilbert Gottfried) เจอกับ โจ เปสซี่ (Joe Pesci)” โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวรายงานว่ามาร์เวลเคยเล็งให้ อดีม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) และ จิม แคร์รี่ (Jim Carry) สองนักแสดงอารมณ์ดีมาพากย์บทนี้เช่นกัน

 

29. วิน ดีเซล (Vin Diesel) - กรูท (Groot)

ส่วนตัว วิน ดีเซล ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้ามาอยู่ในจักรวาลมาร์เวลเลย แต่แฟน ๆ ของเขามักจะคอยถามอยู่ตลอดว่าทำไมเขาถึงไม่ได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่บ้างสักที จน วิน โพสต์ข้อความเกี่ยวกับมาร์เวลลงในโซเชียล โดยไม่คาดคิดเลยว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้มารับบท กรูท น้องต้นไม้ที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก โดยทางมาร์เวลเป็นคนติดต่อ วิน ดีเซล ไปก่อนทำให้พวกเขาได้พบปะพูดคุยกันเกี่ยวกับภาพรวมของโปรเจกต์ภาพยนตร์ในอนาคตคร่าว ๆ และเมื่อตกลงรับเล่นอย่างเป็นทางการ วิน ก็ได้รับบทภาพยนตร์เวอร์ชั่นเฉพาะต่างหากของ น้องกรูท ที่มีความหมายประกอบทุกประโยค ไม่เหมือนกับคนอื่นที่จะเห็นบทของเขาแค่ประโยคเดียวนั่นก็คือ “I Am Groot”

 

30. จอช โบรลิน (Josh Brolin) - ธานอส (Thanos)

แม้ เดเมียน พอยเทียร์ (Damion Poitier) จะเป็นผู้แสดงมหาไททั่นธานอสในการปรากฏตัวครั้งแรกในฉากแถมหลังเอนเครดิต The Avengers แต่สุดท้ายสองพี่น้องผู้กำกับรุสโซ่ ก็คว้าตัว จอช โบรลิน มาแสดงบทบาท ธานอส แบบเต็มตัว เพราะเขาเป็นคนมีคาแรคเตอร์ที่มองภายนอกจะดูแข็งแกร่ง น่าเกรงขาม แต่ภายในอาจมีอารมณ์อ่อนไหวและหลากหลายอยู่ลึก ๆ ซึ่งเข้าตัวละครที่ค่อนข้างซับซ้อนอย่าง ธานอส พอดี ซึ่ง จอช ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เขาสามารถทำให้ ธานอส กลายเป็นวายร้ายที่น่ากลัวแต่ก็น่าเห็นใจในคราวเดียวกัน

 

ที่มา : eonline.com | hollywoodreporter.com

 

: เกร็ดหนังดี, Captain America, The Avengers, Avengers: Infinity War, Black Panther, Black Widow, Avengers: Endgame

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • เกร็ดเบื้องหลัง Greenland หนังมหันตภัยละเมียดละไมงานสร้าง สู่ความระทึกขั้นสุดแห่งปี!
  • แคร์รี่ คูน หวิดคืนชีพใน Endgame หลังสิ้นใจในสงคราม Infinity War
  • คริส อีแวนส์ เปิดใจ! รู้สึกตัดสินใจไม่ผิดที่คิดรับบท Captain America
  • ฟลอเรนซ์ พิวจ์ กังวลใจ ถ้าต้องปั้นหุ่นเพื่อ Black Widow
  • 8 หนังดีฝีมือ “เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบชต์”
  •  
     
     
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
    ชื่อ :
     
    ความคิดเห็น :