ข่าว > ข่าวสัพเพเหระทั้งหมด > Webmaster Talk

เจาะไทม์ไลน์ จักรวาลหนังมาร์เวล MCU ฉบับรวบรัด สรุปครบทุกเหตุการณ์สำคัญ

15 มี.ค. 2562 12:34 น. | เปิดอ่าน 1117 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 

ลำดับเวลาเป็นยังไง? ดูเรื่องไหนก่อนดี? เชื่อว่าเป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัยหลังจากติดตามจักรวาลหนังมาร์เวล แต่รับรองว่าวันนี้หายสงสัยกันแน่นอน เพราะเรามีลำดับหนังมาร์เวลเรียงตามไทม์ไลน์เนื้อเรื่องมาแนะนำกันก่อนพบกับบทสรุปสงครามอินฟินิตี้ใน 'Avengers: Endgame' พร้อมสรุปเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดในเรื่องแบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องดูหนังทุกเรื่องก็เข้าใจ งานนี้สาวกมาร์เวลห้ามพลาด!

 

*คำเตือน: หลังจากนี้จะเต็มไปด้วยการสปอยล์หนังเกือบทั้งหมดใน MCU ใครไม่ชอบข้ามไปก่อนเด้อ*

 

ลำดับหนังตามวันฉาย

เหมาะสำหรับผู้มีเวลาดูแบบรวดเดียวจบและสามารถปะติดปะต่อไทม์ไลน์ได้เองแบบไม่สับสน

 

ลำดับหนังตามเวลาของเนื้อเรื่อง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักจักรวาลมาร์แบบค่อยเป็นค่อยไป เรียงตามไทม์ไลน์แต่ละเรื่อง

 

เจาะลึกไทม์ไลน์จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe) 
 

ยุคก่อนกาลสมัย
(จุดกำเนิดหินอินฟินิตี้)

ก่อนสมัยอุบัติกาล มีเอกภาพไร้สสารอยู่ในจักรวาลทั้งหมด 6 สิ่งด้วยกัน คือ สเปซ (Space), มายด์ (Mind), เรียลลิตี้ (Reality), พาวเวอร์ (Power), ไทม์ (Time) และโซล (Soul) จนกระทั่งเกิดระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดของจักรวาลขึ้น กลุ่มคอสมิคบีอิ้งอันได้แก่ เดธ (Death), เอ็นโทรพี (Entropy), อินฟินิตี้ (Infinity) และอีเทอร์นิตี้ (Eternity) ผู้เป็นดั่งสมดุลและมีพลังเหนือทวยเทพทั้งปวง นำเอกภาพเหล่านั้นมาสร้างเป็น 6 หินอินฟินิตี้ ก่อนตกไปอยู่ในครอบครองของเผ่าพันธุ์ดึกดำบรรพ์ 

 

1. หินเรียลลิตี้ (Reality Stones) : หินแห่งพลังบิดเบือนความจริง ครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ดาร์ค เอล์ฟ (Dark Elves) อาศัยอยู่ ณ ดาวสวาทาล์ฟไฮม์ (Svartalfheim) นำโดยมาเลคิธ (Malekith) 

2. หินพาวเวอร์ (Power Stone) : หินแห่งพลังทำลายล้าง ครอบครองโดยเผ่าพันธุ์เซเลสเทียล (Celestials) นำโดย อีสัน เดอะ เสิร์ชเชอร์ (Eson the Searcher) ผู้ใช้พลังของหินกวาดล้างสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ทั้งหมดเมื่อหลายล้านปีก่อนปฏิทินสมัย ซึ่งมีชาวเซเลสเทียลเหลือรอดอยู่คนเดียวคือ อีโก้ (พ่อของปีเตอร์ ควิลล์ หรือ สตาร์ลอร์ด)

3. หินมายด์ (Mind Stone) : หินแห่งพลังควบคุมจิตใจ ครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ยักษ์ไททัน (Titans) อาศัยอยู่ ณ ดาวไททัน (Titan) ผู้นำหินไปใส่คทาของเผ่าชิทอรี 

4. หินสเปซ (Space Stone) : หินแห่งพลังเดินทางข้ามมิติ ครอบครองโดยเผ่าพันธุ์แอสการ์ด (Asgardians) อาศัยอยู่ ณ ดาวแอสการ์ด (Asgard) ผู้บรรจุหินไว้ในลูกบาศก์ชื่อเทสเซอแรค (Tesseract) แล้วนำไปเก็บไว้ในคลังสมบัติลับแห่งแอสการ์ด 

5. หินไทม์ (Time Stone) : หินแห่งพลังควบคุมกาลเวลา ถูกปกป้องรักษาโดยกลุ่มจอมเวทย์ Masters of the Mystic Arts นำโดยดิเอนเชี่ยนวัน (The Ancient One) ณ เมืองคามาร์ทาช ประเทศเนปาล บรรจุไว้ในดวงตาแห่งอกามอตโต้ (Eye of Agamotto) 

6. หินโซล (Soul Stone) : หินแห่งพลังชุบชีวิตปลุกจิตวิญญาน ถูกเก็บรักษาไว้ที่ดาววอร์เมียร์ ก่อนเรดสกรัลล์ (Red Scrull) จะถูกหินสเปซส่งมาและสาปให้เป็นผู้เฝ้าดูหินตลอดไป

 

ยุคก่อนเวลาปัจจุบัน
(ประมาณ 5,000-3,000 ปี)

• ราว ๆ ยุค 3,000 ปีก่อนปฏิทินสมัย สงครามความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อเผ่าพันธุ์ดาร์ค เอลฟ์ นำโดย ‘มาเลคิธ (Malekith)’ ต้องการใช้พลังหินเรียลลิตี้ เปลี่ยน 9 อาณาจักร อันได้แก่ แอสการ์ด (Asgard) , มิดการ์ด (Midgard), โยทันไฮม์ (Jotunheim), สวาร์ทาล์ฟไฮม์ (Svartalfheim), วานาไฮม์ (Vanaheim), นิดาเวลเลียร์ (Nidavellir), นิฟล์ไฮม์ (Nilfheim), มัสสเปลไฮม์ (Muspelheim) และอัลฟ์ไฮม์ (Alfheim) ให้กลายเป็นจักรวาลมืดมิดและดำดิ่งสู่ความหมองหม่นไม่มีที่สิ้นสุด กองทัพจากดาวแอสการ์ดนำโดยกษัตริย์ลำดับที่สอง ‘โบร์ บุตรแห่งบูริ (Bor Burison)’ จำต้องกวาดล้างเผ่าพันธุ์ดาร์คเอลฟ์ให้สิ้นซาก โดยไม่รู้เลยว่า มาเลคิธ รอดชีวิตและหลบหนีรอวันล้างแค้น ส่วนหินเรียลลิตี้ถูกนำไปซ่อนไว้เพราะไม่สามารถทำลายได้

 

• สงครามระหว่าง 9 อาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เมื่อเผ่าพันธุ์ ‘ฟรอสต์ ไจแอ้นท์ (Frost Giants)’ จากดาวโยทันไฮม์ หวังครอบครองมิดการ์ดเป็นของตน โอดิน บุตรแห่งโบร์ (Odin Borson) ทำสงครามปกป้องดาวเคราะห์ที่เป็นถิ่นอาศัยของมนุษย์โลกเอาไว้ได้ แล้วนำหินสเปซหรือเทสเซอแรคมาซ่อนเอาไว้ในโบสถ์ลับ ณ เมืองทอร์นสเบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ในเวลาถัดมา ระหว่างนั้นโอดินเก็บเด็กทารกเผ่าพันธุ์ฟรอสต์ ไจแอ้นท์ที่มีชีวิตรอดจากสงครามมาเลี้ยงดู โดยตั้งชื่อให้ว่า ‘โลกิ (Loki)’ หวังให้เป็นตัวแทนสายสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าและเติบโตเป็นเพื่อนคู่คิดของบุตรชายตน ซึ่งก็คือเทพเจ้าสายฟ้า ‘ธอร์ บุตรแห่งโอดิน (Thor Odinson)’

 

แอสการ์ดขึ้นแท่นเป็นอาณาจักรมหาอำนาจ พร้อมปล้นสะดมสิ่งของโบราณหรืออาวุธมีค่าจากอาณาจักรอื่นมาเก็บในคลังสมบัติข โดยมีนักรบที่เก่งกาจที่สุดคือ ‘เฮลา (Hela)’ บุตรสาวกระหายเลือดของโอดินเป็นผู้นำทัพ กระทั่งโอดินสำนึกได้ว่าตนกำลังปกครองผู้คนไปในทางที่ผิด จึงยุติการทำสงครามทั้งมวลแต่นั่นทำให้เขาและเฮลาทะเลาะกันรุนแรงขนาดใช้กำลังลงโทษและกักขังเธอเอาไว้ นับเป็นชนวนใหญ่ที่ทำให้เฮลาตัดสินใจหนีออกจากบ้านของตัวเอง พร้อมบันดาลโทสะทั้งหมดด้วยการเข่นฆ่ากองทัพวัลคีรี่ กองทัพนักรบฝีมือยอดของแอสการ์ดก่อนจากไป

 

• ถัดมาในช่วงเวลาราว ๆ หลายร้อยปีก่อนปฏิทินสมัย ณ ทวีปแอฟริกาตะวันออก เป็นถิ่นอาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองมากมาย ที่ทำสงครามมาตลอดหลายปีเพราะต้องการแย่งชิงแร่วิเศษ ในอุกาบาตที่ตกลงมาเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อน กระทั่งวันหนึ่งยอดนักรบฝีมือดีนามว่า บาเชนก้า (Bashenga) เห็นนิมิตจากเทพีบาสต์ (Bast) เทพีแห่งเสือดำผู้ชี้นำให้ใช้สมุนไพรรูปหัวใจเพิ่มพลังเหนือมนุษย์แก่เจ้าตัว บาเชนก้าใช้พลังวิเศษนั้นรวมชนเผ่าทั้งหมดให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดเป็นประเทศใหญ่วากานด้า เจ้าของแร่ไวเบรเนี่ยมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ที่ยอมซ่อนตัวให้ทุกคนตีตราว่าเป็นประเทศโลกที่สาม เพราะไม่อยากถูกใช้เป็นอาวุธสงครามให้ใคร

 

ยุคศตวรรษที่ 20 : ช่วงที่ 1 
(กำเนิดกัปตันอเมริกา / กำเนิดแอนท์แมนและเดอะวอสพ์รุ่นแรก)

• หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 1 ระบอบนาซีทำให้เยอรมันกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ‘โยฮันน์ ชมิดต์ (Johann Schmidt)’ หรือ ‘เรด สกรัลล์ (Red Scrull)’ นักวิทยาศาสตร์แห่ง ไฮดร้า (HYDRA) องค์กรทดลองและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ของนาซี ผู้คลั่งไคล้ตำนานอาณาจักรแอสการ์ดและเทพโอดิน ใช้อำนาจนี้ตามหา ‘หินสเปซ’ ที่ตนเชื่อมาตลอดว่าอยู่บนโลกจนเจอ แล้วนำมาสร้างเป็นอาวุธติดเครื่องบินหวังทำลายล้างโลกให้สิ้นซาก ในขณะเดียวกันกองกำลังต้านอาวุธนาซี SSR (Strategic Scientific Reserve) ของกองทัพสหรัฐ มีโปรเจกต์ให้ ‘ดร.อับราฮัม เอิร์สไกน์ (Abraham Erskine)’ และ ‘ดร.โฮวาร์ด สตาร์ค (Howard Stark)’ สร้างอาวุธมนุษย์ขึ้นมาโดยใช้เซรั่มวิเศษฉีดเข้าไปในตัวของทหารชื่อว่า ‘สตีฟ โรเจอร์ส (Steve Rogers)’ เกิดเป็นซูเปอร์ฮีโร่พลังเหนือมนุษย์คนแรกของชาติ นั่นก็คือ ‘กัปตันอเมริกา (Captain America)’

 

การสร้าง ระเบิดวัลคีรี่ อาวุธทำลายล้างด้วยพลังหินสเปซเป็นไปได้ด้วยดี เรด สกรัลล์ เตรียมนำอาวุธขึ้นเครื่องบินพร้อมโหม่งโลก กัปตันอเมริการรีบตามไปสะกัดแผนชั่ว เมื่อเรด สกรัลล์เห้นท่าไม่ดีจึงคิดหนีไปพร้อมกับสเปซสโตน แต่ถูกพลังของหินวาร์ปไปยังดาววอร์เมียร์และถูกสาปให้เป็นคนเฝ้าดูหินตลอดไป ส่วนด้านกัปตันอเมริกาตัดสินใจพลีชีพพาระเบิดวัลคีรี่พร้อมหินเทสเซอแรคโหม่งพื้นสมุทรอาร์คติก

 

• ต่อมาในช่วงสงครามโซเวียต มีคู่สามีภรรยานักวิทยาศาสตร์ ‘แฮงก์ พิม (Hank Pym)’ และ ‘เจเน็ต โฮป แวนไดน์ (Janet Van Dyne)’ ผู้คิดค้นไมโครเทคโนโลยีสร้างชุดเปลี่ยนให้ตนตัวเล็กเท่ามด ร่วมกับหน่วยชิลด์ทำลายระเบิดในนาม แอนท์แมน (Ant Man) และเดอะวอสพ์ (The Wasp) โดยเดอะวอสพ์เสียสละตัวเองทำภารกิจหยุดยั้งมิสไซล์ได้สำเร็จ แต่นั่นทำให้เธอหายลับไปในมิติควอนตัม (Quantum Realm) มิติแห่งกาลเวลานานหลายสิบปี

 

ยุคศตวรรษที่ 20 : ช่วงที่ 2
(กัปตันมาร์เวล / กษัตริยทีชาก้า)

• ดร.โฮวาร์ด สตาร์ค ก่อตั้ง Stark Industry ทำโปรเจกต์วิจัยเกี่ยวกับชิ้นพลังงานอาร์ค รีแอคเตอร์ (Arc Reactor) เดินทางมายังทะเลอาร์คติกแล้วนำร่างแช่ฟรีซของกัปตันอเมริกาเข้าสู่กระบวนการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง พร้อมส่งหินเทสเซอแรคให้หน่วย SSR ซึ่งยุบเข้ากับหน่วย S.H.E.I.L.D หลังจบสงครามโลกเป็นผู้ดูแล ถัดมาหน่วย S.H.E.I.L.D, นาซ่า และกองทัพอากาศสหรัฐทำโปรเจกต์พิคาซัส (P.E.G.A.S.U.S) เพื่อสร้างเครื่องบินความเร็วสูงชนิดไวกว่าแสง โดยมาร์-เวลล์ (Mar-Vell) เอเลี่ยนเผ่าพันธุ์ครีที่แฝงตัวอยู่ในภายใต้หน้ากากนักบินในโครงการ ‘ดร.เวนดี้ ลอว์สัน (Wendy Lawson)’ นำพลังของหินเทสเซอแรคมาสร้างเป็นยาวบินความเร็วสูง เพื่อยุติสงครามอันยาวนานของเผ่าครี-สกรัลล์ แต่กลับถูกทีมสตาร์ฟอร์ซของเผ่าครีด้วยกันคร่าชีวิต ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นนั่นก็คือ พลังหินเทสเซอแรคระเบิดเข้าสู่ร่างกายของนักบินสาว ‘แครอล แดนเวอร์ส (Carol Danvers)’ ที่ถูกทีมสตาร์ฟอร์ซล้างสมองแล้วดึงเข้าทีมให้เข่นฆ่าเผ่าสกรัลล์ต่อไป สุดท้ายแครอลได้สติอีกครั้ง ผันตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ‘กัปตันมาร์เวล (Captain Marvel)’ พร้อมพาเผ่าสกรัลล์ตามหาดาวเคราะห์ดวงใหม่เพื่อสร้างถิ่นฐานของตนต่อไป โดยทิ้งเพจเจอร์ไว้ให้คู่หู ‘นิค ฟิวรี่ (Nick Fury)’ ใช้ติดต่อยามจำเป็น ส่วนหินเทสเซอแรคกลับมาอยู่ในมือของ S.H.E.I.L.D อีกครั้ง แล้วขยายเป็นโปรเจกต์พิคาซัสรุ่นสอง ที่มุ่งวิจัยเกี่ยวกับพลังของหินต่อไป

 

• ช่วงเวลาเดียวกันเกิดความขัดแย้งในราชวงศ์รุ่นพ่อแห่งวากานด้า เมื่อกษัตริย์ ‘ทีชาก้า (T’Chaka)’ ต้องการปกปิดความมั่งคั่งของประเทศและแร่ไวเบรเนี่ยมไว้เป็นความลับ ตามประสงค์ของบาเชนก้า แต่พระอนุชา ‘เอ็นโจบู (N’Jobu)’ อยากให้ใช้แร่ไวเบรเนี่ยมเป็นอาวุธสงคราม เพื่อวากานด้าก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก ขนาดแอบลักลอบนำแร่ไวเบรเนี่ยมมาค้าขายกับนักค้าอาวุธผู้ชั่วร้าย ‘ยูลิสซิส คลอว์ (Ulysses Klau)’ และเมื่อทีชาก้ารู้เรื่องนี้เข้า จึงเกิดเหตุทะเลาะจนพลั้งมือฆ่าเอ็นโจบู โดยทิ้ง ‘อีริค คิลมองเกอร์ (Erik Killmonger)’ ลูกชายของเอ็นโจบูไว้ลำพัง เพื่อปิดโศกนาฏกรรมนี้ไว้เป็นความลับในตระกูลตลอดไป

 

ยุคศตวรรษที่ 21 : ช่วงที่ 1
(อเวนเจอร์ส / แก๊งการ์เดี้ยน / แอนท์แมน)

• ‘โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark)’ ขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัท Stark Industry แทน ดร.โฮวาร์ด สตาร์ค ผู้เป็นพ่อที่ถูกฆาตกรรมอย่างลึกลับ เขามุ่งมั่นสานต่อโปรเจกต์วิจัยก้อนพลังงานอาร์ค รีแอคเตอร์ เพียงลำพัง กำเนิดเป็นชุดซูเปอร์ฮีโร่สุดล้ำสมัย ‘ไอรอนแมน (Iron Man)’ พร้อมเข้าร่วมหน่วย S.H.E.I.L.D รวมถึงทีมซูเปอร์ฮีโร่อเวนเจอร์ส (Avengers Initiative) จากคำชักชวนของนิค ฟิวรี่ ร่วมกับซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ อาทิ ‘ฮอว์คอาย คลินท์ บาร์ตัน (Hawkeye Clint Barton)’, ‘แบล็ควิโดว์ นาตาชา โรมานอฟ (Black Widow Natasha Romanoff)’, ‘ฮัล์ค บรูซ แบนเนอร์ (Bruce Banner)’ รวมถึงกัปตันอเมริกา ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาในยุคปัจจุบันหลังจากถูกแช่แข็งนานหลายสิบปี 

 

เรียกว่ารวมตัวได้ถูกเวลาพอดี เพราะอาณาจักรแอสการ์ดเกิดความขัดแย้งขึ้น เมื่อ โลกิ รู้ความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของโอดิน จึงผันตัวไปร่วมแผนชั่วของ ธานอส มหาไททั่นแห่งดาวยักษ์ที่ล่มสลาย โลกิได้รับคทาชิทอรีที่มีมายด์สโตนผนึกอยู่ พร้อมรับสั่งให้นำทัพเอเลี่ยนเผ่าชิทอรีไปทำลายล้างโลกมนุษย์และแย่งชิงหินสเปซมาจากหน่วยชิลด์ แต่ถูกทีมอเวนเจอร์ร่วมกับเทพแห่งสายฟ้า ธอร์ ผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ขัดขวางไว้ สุดท้ายเขานำเทสเซอแรคกลับไปเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมบัติโบราณ ณ อาณาจักรแอสการ์ดเช่นเดิม ไม่นานหลังจากนั้นเมื่อพลังหินเรียลลิตี้ฟื้นคืนขึ้น เมลาคิธ ผู้นำดาร์คเอลฟ์ที่รอดชีวิต ประกาศสงครามทำลายล้าง 9 อาณาจักรรวมถึงโลกมนุษย์ทันที แต่ได้กองทัพของเทพโอดินและธอร์ป้องกันและยึดหินเรียลลิตี้เอาไว้ได้ แต่เพราะอาณาจักรแอสการ์ดมีหินสเปซหลบซ่อนไว้ในคลังสมบัติโบราณอยู่แล้ว พวกเขาจึงส่งมอบหินเรียลลิตี้ให้ ‘เดอะ คอลเลคเตอร์ (The Collector)’ เก็บรักษาไว้ที่ดาวโนว์แวร์ (Knowhere) 

 

• จากผลงานปกป้องโลกจากโลกิในคราวนี้ ทีมอเวนเจอร์สได้รับการยกย่องในหมู่กว้าง แต่ก็มีประชาชนสูญเสียมากมาย ซ้ำร้ายระบบหุ่นยนต์อัจฉริยะที่โทนี่ สตาร์คสร้างไว้ก็ดันอัจฉริยะเกินไป ขนาดพัฒนาระบบให้มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง กลายเป็นหุ่นยนต์ร้าย อัลตรอน (Ultron) เจ้าของชุดเกราะชุบไวเบรเนี่ยม ที่สร้างหุ่นยนต์เอาไว้ทำลายทีมอเวนเจอร์สขึ้นมาอีกตัวชื่อว่า วิชั่น (Vision) ที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเองเช่นกัน ทว่าวิชั่นกลับมีจิตใจงดงามและความเป็นมนุษย์มากกว่า หลังจากแปรพักตร์ช่วยเหล่าเวนเจอร์สกำจัดอัลตรอน วิชั่นได้รับชีวิตใหม่และร่างกายเสมือนมนุษย์ด้วยพลังจากหินมายด์ (ทีมอเวนเจอร์สยึดไว้จากคทาของโลกิ) โดยระหว่างสงครามครั้งนี้ทีมอเวนเจอร์สได้แม่มดสาว การ์เล็ต วิชท์ แวนด้า แม็กซิมอฟ (Scarlett Witch Vanda Maximoff) มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ

 

• ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในกาแล็กซี่กว้าง 'สตาร์ลอร์ด ปีเตอร์ ควิลล์ (Star Lord Peter Quill)' ขโมยลูกแก้วออร์บที่ผนึกหินพาวเวอร์เอาไว้ ทำให้ถูก 'โรแนน เดอะ แอคคิวเซอร์ (Ronan the Accuser)' ลูกสมุนของธานอสไล่ล่า เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการนำหินไปทำลายจักรวาล สตาร์ลอร์ดจึงร่วมมือกับแก๊งผู้พิทักษ์ 'กาโมร่า (Gamora)', 'ร็อคเก็ต (Rocket)', 'กรูท (Groot)' และ 'นักฆ่าแดรกซ์ (Drax the Destroyer)' กำจัดโรแนน เดอะแอคคิวเซอร์ ก่อนมอบหินพาวเวอร์ให้ตำรวจอวกาศโนวา คอร์ปส์เป็นคนดูแล สตาร์ลอร์ดโด่งดังในฐานะผู้ที่สามารถถือหินอินฟินิตี้ได้ด้วยมือเปล่า

 

อีโก้ เอเลี่ยนสายเลือดเซเลสเซียลคนเดียวที่เหลือ ได้ยินข่าวนั้นก็มั่นใจว่า สตาร์ลอร์ด คือลูกชายของตัวเองกับคนรักชาวโลกแน่นอน เพราะสามารถรับพลังวิเศษของหินอินฟินิตี้ได้เหมือนกับบรรพบุรุษ จึงวางแผนหลอกใช้สตาร์ลอร์ดให้ช่วยยึดครองจักรวาล เดชะบุญที่สตาร์ลอร์ดไม่ยอมร่วมมือด้วย บวกกับรู้ความจริงว่าอีโก้เกี่ยวข้องกับการตายของแม่แท้ ๆ จึงเกิดสงครามสายเลือดระหว่างพ่อ-ลูก สุดท้ายอีโก้พ่ายแพ้แตกสลายเป็นโมเลกุลกระจายไปทั่วจักรวาล 

 

• ในขณะเดียวกัน 'สก็อตต์ แลงก์ (Scott Lang)' หัวขโมยที่เพิ่งพ้นคุกหมาด ๆ ตัดสินใจกลับมาเป็นขโมยอีกครั้ง เพราะต้องการหาเงินจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกสาวตามกฏหมาย แต่โชคชะตาพาให้เขาไปขโมยของในบ้านแฮงก์ พิม นักวิทยาศาสตร์เจ้าของนาโนเทคโนโลยีแล้วเจอเข้ากับชุดแอนท์แมน ทำให้ชีวิตหัวขโมยจนตรอกในวันนั้นกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในวันนี้ แถมยังเป็นคนที่สามารถเดินทางออกมาจากมิติควอนตัมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งนับเป็นความหวังครั้งใหญ่ของแฮงก์ พิมที่มีความเชื่อว่าภรรยาของเขายังไม่ตาย แค่หายไปในมิติเวลาสุดลึกลับเท่านั้น

 

ยุคศตวรรษที่ 21: ช่วงที่ 2
(ซิวิลวอร์ / แบล็คแพนเธอร์ / ดร.สเตรนจ์ / แอนท์แมนแอนด์เดอะวอสพ์)

• ความสูญเสียจากสงครามอัลตรอนรวมถึงสงครามอื่น ๆ ที่ผ่านมาทำให้ประชาชนเริ่มคิดว่า ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ใช่ผู้พิทักษ์แต่เป็นผู้ทำลาย ทุกคนถูกบังคับให้เซ็นสัญญาโซโคเวีย ห้ามปฏิบัติภารกิจใด ๆ โดยเด็ดขาด หากไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การสหประชาชาติ(UN) ทำให้ทีมอเวนเจอร์แตกเป็นสองฝ่าย 

- ทีมไอรอนแมน: แบล็ควิโดว์, วิชั่น และวอร์แมชชีนยินยอมเซ็นสัญญา เพราะไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ต้องโดนลูกหลงอีกต่อไป 

- ทีมกัปตันมาร์เวล: ฮอว์คอาย, สการ์เล็ต วิชท์ และฟอลคอน ไม่อยากเซ็นสัญญาเพราะไม่อยากถูกแทรกแซง และไม่อยากเป็นเครื่องมือการเมืองของรัฐบาลประเทศใด

 

ความขัดแย้งในกลุ่มปะทุมากขึ้นเมื่อไอรอนแมนได้ข้อมูลมาว่า ‘บัคกี้ บาร์นส์ (Bucky Barnes)’ เพื่อนรักของกัปตันอเมริกา เป็นคนฆ่าพ่อแม่แท้ ๆ ของตน แต่กัปตันอเมริกาไม่เชื่อคำกล่าวหานั้น เกิดเป็นสงครามซิวิลวอร์ในหมู่ฮีโร่ โดยฝ่ายไอรอนแมนได้สไปเดอร์แมน ‘ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (Spider Man Peter Parker)’ มาร่วมทีมเพิ่ม ขณะที่ทีมกัปตันอเมริกาได้ตัว ‘แอนท์แมน’ เมื่อการปะทะของสองฝ่ายจบลง ทีมกัปตันอเมริกาถูกจับเข้าคุกทั้งหมด แต่แบล็ควิโดว์ที่แปรพักตร์และกัปตันอเมริกาที่พาบัคกี้หลบหนีไปได้ ย้อนกลับมาแหกคุกปล่อยสมาชิกทีมออกมาอีกที ก่อนเดินทางไปยังวากานด้า ดินแดนของสหายสนิท ทีชัลล่า (T’ Challa) ที่ฝ่าฝันความขัดแย้งภายในราชวงศ์ขึ้นเป็นกษัตริย์เสือดำคนล่าสุดอย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากกษัตริย์ทีชาก้าถูกลอบสังหารสิ้นพระชนม์ พร้อมเปิดประเทศวากานด้าสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก 

 

• ก่อนหน้านั้นไม่นานเกิดอุบัติเหตุกับ ดร.สตีเฟ่น สเตรนจ์ (Dr.Stephen Strange) ทำให้สูญเสียมือที่เป็นดั่งเครื่องมือสำคัญของแพทย์ผ่าตัดไป เขาเดินทางไปยังสำนักจอมเวทย์ ณ เมืองคามาร์ทาช ประเทศเนปาล ก่อนเข้าฝึกวิชาเวทย์จนเชี่ยวชาญ ขนาดใช้หินไทม์สโตนที่ผนึกอยู่ในสร้อยคอรูปดวงตาอกามอตโต้ กำจัดจอมมารดอร์มัมมู (Dormummu) วายร้ายที่ตั้งใจจะบุกโลกจากมิติเหนือกาลเวลาได้สำเร็จ หมอแปลกสเตรนจ์ขึ้นแท่นเป็นจอมมหาเวทย์ ผู้ดูแลหินอินฟินิตี้ ถัดมาจากเดอะเอนเชี่ยนวันที่ตัดสินใจลาจากโลกไปเพราะหมดห่วงแล้ว 

 

• ตัดภาพมาที่แอสการ์ด พี่สาวกระหายเลือดที่จากไปในอดีตปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อได้ข่าวการตายของเทพโอดิน เธอกลับมาด้วยความหวังที่จะครอบครองแอสการ์ด พร้อมพลังมหาศาลขนาดค้อนเทพมยอลเนียร์ของธอร์ยังต้องพ่าย ธอร์และโลกิ (ที่กลับตัวกลับใจแล้ว) ขอให้ดร.สเตรนจ์ใช้พลังหินไทม์พาไปพบกับพ่อของพวกเขาอีกครั้ง เทพโอดินบอกคำทำนายโบราณแก่ทั้งสองว่า แอสการ์ดจะล่มสลายด้วยฝีมือ ปีศาจนรกแร็คนาร็อก (Ragnarok) เมื่อสงครามกับเฮลาบังเกิดและไม่มีอะไรหยุดหยั้งเธอได้ แร็คนาร็อกจึงถูกปลุกขึ้นมาให้ทำลายแอสการ์ดตามคำทำนาย แม้อาณาจักรแอสการ์ดจะต้องล่มสลายหายไปทั้งหมด แต่นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะเอาชนะเฮลาและปกป้องชาวแอสการ์ดที่เหลืออยู่ ธอร์พาชาวแอสการ์ดหลบหนีขึ้นยานอพยพ ในขณะที่โลกิรีบคว้าหินแทสเซอแรคจากห้องสมบัติติดตัวขึ้นยานไปด้วย

 

ยุคศตวรรษที่ 21 : ช่วงที่ 3
(อินฟินิตี้วอร์)

• มหาไททั่นธานอสแห่งดาวยักษ์ไททั่น ต้องการสร้างสมดุลให้กับจักรวาลด้วยการใช้พลังของหินอินฟินิตี้ เสกให้ผู้คนหายกว่าครึ่งจักรวาลสลายหายไปเป็นผุยผง เริ่มต้นจากล้มล้างดาวไททั่นของตัวเอง ลามไปยังดาวอื่น ๆ พร้อมส่งลูกสมุนไปตามหาหินอินฟินิตี้มาให้ แต่ก็ยังไม่ได้ครอบครองหินทั้งหมดตามที่หวังเพราะแต่ละจักรวาลมีซูเปอร์ฮีโร่คอยปกป้องอยู่ ธานอสตัดสินใจออกโรงด้วยตัวเอง เริ่มต้นจาก

ชิงหินสเปซจากโลกิ หลังทำลายยานอพยพของแอสการ์ด 

ชิงหินเรียลลิตี้จากเดอะคอลเลคเตอร์ หลังทำลายดาวโนแวร์ 

ชิงหินพาวเวอร์จากตำรวจอวกาศ หลังส่งลูกน้องไปบุกหน่วยโนวาคอร์ปส์ 

- ชิงไทม์สโตนจากดร.สเตรนจ์

- ชิงหินโซลจากการแลกวิญญานกาโมร่าที่ดาววอร์เมียร์

- ชิงหินมายด์จากการคร่าชีวิตวิชั่น

แม้ทีมอเวนเจอร์ทั้งหมดที่เหลืออยู่จะร่วมต่อสู้อย่างสุดความสามารถ ขนาดธอร์ได้ค้อนเทพสตอร์มเบรคเกอร์มาใหม่ แต่ก็สายเกินไปเพราะธานอสใช้พลังหินอินฟินิตี้ดีดนิ้วให้ผู้คนหายไปครึ่งจักรวาลเรียบร้อยแล้ว

 

หลังจากนี้คือการต่อสู้ของเหล่าฮีโร่ที่เหลือรอดอยู่ นำทีมโดย กัปตันอเมริกา, ไอรอนแมน, ธอร์, แบล็ควิโดว์, ฮอว์คอาย, ร็อคเก็ต, วอร์แมชชีน, ฮัล์ค, โอโคเย, เนบิวลา, แอนท์แมน และฮีโร่หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล กัปตันมาร์เวล สมาชิกใหม่แห่งทีมอเวนเจอร์ ที่นิคฟิวรีใช้เพจเจอร์เรียกเธอกลับมายังโลกก่อนเจ้าตัวจะสลายหายไปเป็นฝุ่น.. ส่วนสงครามช่วยผองเพื่อนให้กลับมาต้องติดตามต่อไปใน Avengers: Endgame คาดว่าบทบาทของแอนท์แมนและมิติเวลาควอนตัมจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก อย่างไรก็ดีแฟน ๆ คงต้องลุ้นกันต่อไป

 

 

ติดตามบทสรุปสงครามครั้งใหญ่ที่สุดแห่งจักรวาลมาร์เวล ใน
“Avengers: Endgame-อเวนเจอร์ส เผด็จศึก”

24 เมษายน นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 

ที่มา: screenrant.com, collider.com

 

: Guardians of The Galaxy, เกร็ดหนังดี, Captain America, Ant-Man, Doctor Strange, Captain Marvel, Avengers: Infinity War, Black Panther, Thor: Ragnarok, Avengers: Endgame

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • เดฟ บาทิสต้า พร้อมมูฟออนจากจักรวาลมาร์เวล อยากลองรับบทบาทที่เข้าถึงอารมณ์ดูบ้าง
  • คริส เฮมส์เวิร์ธ ยินดีรับบท ธอร์ ต่อไปในโลกมาร์เวล แต่รู้ตัวว่าสักวันงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
  • ดาไน กูริรา ใช้อาวุธคู่ใจของเธอจาก Black Panther ปัดใยแมงมุมที่บ้าน
  • เปิดเทรลเลอร์ “The Guardians of the Galaxy Holiday Special” เริ่มสตรีม 25 พฤศจิกายนนี้
  • เกร็ดหนังน่ารู้ ก่อนดู Black Adam 20 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!
  •  
     
     
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
    ชื่อ :
     
    ความคิดเห็น :